สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1

ครูมวยไชยา ครูทอง ครูแปรง

สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1

ต้นเหตุแรกเริ่มจากการสอนดาบที่ชมรมอาวุธไทยรามได้พบปะรุ่นน้องที่ได้ลองเข้าคู่ลงมวยกัน ภาพแห่งท่าจรดมวยที่แปลกตา ทำให้ครูแปรงชวนสงสัยและหวนคิดถึงเรื่องราวสายมวยโบราณที่ย้ำอยู่ในห้วงความคิดที่ว่า มวยโบราณนี้มีดีแท้เหตุไฉนเราถึงจักเรียนรู้ได้ เพราะกาลเวลาผ่านมานานเหลือเกินจะยังคงหลงเหลือถึงมือเราได้กระนั้นเหรอ เมื่อภาพความคิดประติดประต่อกับท่าจรดมวยโบราณจึงทำให้เค้าโครงความจริงปรากฏขึ้น จึงได้สอบถามและสืบเสาะได้ความว่าเป็นท่าจรดมวยของครูมวยท่านหนึ่ง นามว่า ครูทองหล่อ ยาเเละ

ครั้นได้ถามตามสืบจึงใคร่อยากเป็นศิษย์อยากเรียนมวยด้วยจึงเดินทางไปยังบ้านครู ครั้งนั้นครูแปรงยังจำเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องไปพบครูท่านครั้งแรกด้วยที่ว่า กว่าจะเข้าถึงนั้นต้องฝ่าฟันอย่างที่เขาว่า ฝ่าน้ำข้ามทะเลก็ไม่ปานเพราะช่วงนั้น น้ำท่วมใหญ่ทั้งที่รามและบริเวณบ้านทับช้างอันเป็นที่พำนักอาศัยครูผู้ประสาทวิชาผู้นี้ ตอนนั้นท่านเล่าว่า บริเวณที่ครูทองท่านอยู่อาศัยสมัยนั้นยังเป็นท้องนาน้ำยังคงท่วมอยู่ แม้ว่าแถวรามน้ำท่วมจะลดลงแล้วแต่ที่ทางเข้าบ้านท่านยังท่วมอยู่ลึกประมาณเอวได้ จึงต้องพายเรือกันเข้าไปต้องวิดน้ำออกครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะถึงบ้านครูแถมยังมีรุ่นพี่ๆน้องๆ ตามกันมาอีกซักกระบวนหนึ่งประมาณได้ว่า สิบกว่าคนไอ้ที่ลงเรือได้ก็ว่ากันไปส่วนที่เหลือก็เฝ้าอีกฝั่งรอเพื่อนๆ ว่ากันอย่างนั้น เมื่อเข้าไปแล้วก็ได้กราบครูมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อจะเรียนวิชา ท่าก็ให้รอน้ำลดลงเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียนกัน ครูทองท่านก็ใจดีรับไว้

ครั้นเมื่อน้ำลดลงบริเวณบ้านครูทองท่านก็มีอาณาบริเวณสักประมาณหนึ่งไว้สำหรับซ้อมและเรียนมวย ซึ่งในขณะนั้นครูทองท่านเองก็มีลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนมวยทั้งที่เป็นมวยคาดเชือกและมวยเวทีก็สอนกันอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เมื่อแรกเข้าไปเรียนมวยนั้นแต่เดิมครูทองท่านก็สอนเชิงชกมวยแบบเวทีที่ยุคนั้นนิยมกัน แต่เมื่อครูแปรงขอเรียนได้พูดกับครูทองท่านว่า อยากเรียนแบบอนุรักษ์แบบโบราณ ท่านก็ให้ยืนให้ย่อเข่าย่อขาแบบอย่างเรียนดาบ แล้วท่านก็ปรับก็แต่งให้ว่า การเรียนมวยขา เข่าต้องหันไปทางเดียวกันชี้ทิศชี้ทางเดียวกันไม่กว้างไปกว่าไหล่เราและท่านยังได้บอกอีกว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ลองดี มันมีวิชากันจริงไหม ท่านก็ให้ทำท่ามวยซ้ำๆ อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ เพื่อจะดูว่า พวกนี้มันมีวิชากันจริงหรือเปล่า ตั้งใจจริงกันไหม ท่านสั่งให้ทำท่ามวยแล้วท่านก็นั่งหลับไป นัยว่าลองเชิงลูกศิษย์เอาว่า มันจะสู้จริงอยากได้วิชาจริงหรือไม่

บ้านครูทอง

ครูแปรงท่านเองก็ว่า เคยได้ยินคนโบราณท่านว่า ครูบาอาจารย์ท่านลองดีมักทดสอบทดลองจิตใจศิษย์ ท่านเลยต้องทำอย่างที่ครูบอก จนครูทองท่านหลับตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ท่านก็ยังมาเห็นว่า ครูแปรงก็ยังฝึกท่าเดิมๆ อยู่ก็ถามว่า เล่นแต่เช้ายังไม่เลิกอีกเหรอ ครูแปรงตอบท่านกลับไปว่า ครูให้ทำก็ทำไปก็ครูไม่ได้บอกให้หยุด ก็นับได้ว่าได้หยั่งเชิงลองภูมิครานั้น ครูทองท่านเลยชอบเพราะเป็นคนเอาจริงเอาจัง เวลาเรียนครูทองท่านเองก็จะสอนรวมๆ เอาทั้งหมดไม่ได้แบ่งแยกท่าแยกทางตามประสาเหมือนเมื่อสมัยนี้ เราเองก็ต้องจับประกอบประสานเก็บเล็กผสมน้อยจากครูท่าน ครูแปรงกล่าวว่า พอเวลาไปถึงก็ถามวิชา อย่างที่ว่าเมื่อเขาจับคอตีเข่าเราจะแก้อย่างไร ครูทองท่านก็ให้จับคอท่านแล้วก็ตีเข่า ท่านก็ยกศอกบัง ค้ำคอต่อยท้องบ้าง ปัดหมัดบ้าง จนครูแปรงท่านว่า มันแปลกมันมีมิติของการต่อสู้ที่น่าสนใจก็ร่ำเรียนกับท่านครูทองในรูปแบบนี้เสมอมา

Author: Terapak

Share This Post On

Submit a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *