ความหมายของกฏ ๘ ข้อ โดยครูแปรง

มวยไชยา ขึ้นครู

ความหมายของกฏ ๘ ข้อ โดยครูแปรง

หลักการเดินทางของมวยไชยาเป็นทั้งเรื่องของหลักการวิธีการเรียนทั้งกายและจิตใจ เพราะทั้งกฎที่กล่าวตามก่อนการเรียนทุกครั้งท่องจำไว้ให้มั่นนั้นล้วนแล้วแต่สร้างให้เกิดความคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองสิ่งต่างๆ อย่างเช่น

ข้อแรก รักและเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา ครูบาอาจารย์

ข้อสอง ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ครูเอาข้อแรกที่รักพ่อแม่ครูอาจารย์มาก่อนเพราะว่า ครูอธิบายว่า ได้เอาจากรากพื้นฐานจิตใจคนก่อน ดังที่ว่า คนเราต้องรักตัวกลัวตายก่อน เรารักตัวเองก่อน รักครอบครัวก่อน  รักคนใกล้ชิดก่อนเมื่อรักสิ่งเหล่านี้ได้ เราจึงจะรู้จักปกป้อง เมื่อนั้นเราจึงแผ่ความรักแบบนี้ไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นคือรักชาติบ้านเมืองได้ เราฝึกฝนดีแล้วจึงเสมือนเราแผ่เมตตาให้กว้างใหญ่ออกไปจากตัวตนของเรานั้นเอง

ข้อสาม ข้าพเจ้าจะเป็นคนดีทั้งกาย วาจา จิตใจ จึงเน้นย้ำเข้าไปยังจิตใจอีกขั้นอีกตอนให้เห็นว่า ความเข้มแข็งแกร่งกล้าต้องเพิ่มพูนพร้อมกับการเป็นคนดีมีศีลธรรม ทั้งสามข้อเบื้องต้นนี้เป็นเรื่องของจิตใจเป็นหลัก

ข้อที่ สี่ ข้าจะบำรุงกำลังกายให้สะอาดแข็งแรงและดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริตบริสุทธิ์ ทั้งนี้ก็เพื่อเน้นย้ำลงไปอีกว่าต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมกันนี้เรายังต้องรู้จักรักผู้อื่น

ข้อที่ห้า ข้าจะไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ร่วมรักสามัคคีในหมู่พวกเดียวกันและช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้ เพราะเรามีวิชาที่ได้เรียนแล้ว ฝึกฝนแล้วเราจะต้องไม่คิดข่มแหงผู้อื่นผู้ใด มันสร้างให้เกิดการเชื่อมโยงจิตใจคนเพื่อให้รู้จักเพื่อนพ้องเห็นใจกันร่วมแรงร่วมใจกันเป็นกลุ่มก้อน

ข้อหก ข้าพเจ้า จะบำเพ็ญกรณีย์เพื่อประโยชน์ของผู้อื่น และชาติ สอนให้รู้จักการเสียสละเพื่อผู้อื่นและชาติ

ข้อที่เจ็ด ข้าจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันไม่สงบ เราจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่มั่นใจ คลุมเครือจงหลีกเลี่ยงออกมาซะ ต้องสืบเสาะหาข้อเท็จจริงให้ได้ไม่ฉะนั้นเราอาจจะตกเป็นเครื่องมือของคนอื่น ติดคุกติดตารางเดือนร้อนกับตัวเองได้

ข้อที่แปด ข้าจะดำรงไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของมวยไทยไชยาและอาวุธไทยพิชัยยุทธ์ไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ยึดรูปแบบแผนการเรียนการสอนเอาไว้ ไม่ให้ผิดให้เพี้ยนจากเดิม เพราะนั้นเมื่อเวลาผ่านไป คนนั้นคิดอย่างคนนี้คิดอย่างตามจริตความคิดตัวเองทำให้รูปแบบที่เคยสานต่อสืบเนื่องกันมาผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้

นั่นก็เพราะว่า ของเดิมที่มีมาแต่เดิมนั้นได้ผ่านการวิเคราะห์วิจัยมาอย่างยาวนานแล้วหากเราจะมาปรับมาปรุงใหม่นั้นก็ให้ยึดหลักปักหมุดอันเดิมแล้วเพิ่มเติมจากนี้ไม่ให้ตัดลดทอนของเก่าไปได้ นั้นก็จะต้องเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมให้แข็งแกร่งมากขึ้น อันไหนทำแล้วดีก็ทำไปหากว่า เปลี่ยนแปลงแล้วไม่เหมาะสมไม่ดีอย่างเดิมก็ให้คงไว้เท่าเดิม

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ใช้ดีสำหรับผู้ใช้ไม่ใช่สำหรับผู้วิจารณ์ เพราะบางคนยังไม่ลองใช้ยังใช้ไม่เป็นก็หาว่าใช้ไม่ได้อย่างนี้ไม่ถูกต้อง นั้นเพราะว่า รูปท่ามวยแต่ละท่าแต่ละแบบนั้นได้ถูกเลือกคัดสรรเป็นรูปแบบมาอย่างละเอียดรอบคอบจากครูบาอาจารย์มาแล้วทั้งสิ้น การรู้มากท่าทางไว้นั้นเหมาะสมแล้ว หากเรารู้น้อยมีน้อยใช้น้อยก็หมดไป หากรู้มากใช้ไม่หมดก็เก็บไว้ยามอื่นๆได้

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นส่วนเชื่อมโยงวิชาการและคนเรียนให้เปรียบเสมือนสิ่งที่ร้อยผูกพันมัดทั้งกายและจิตวิญญาณภายในให้กล้าแข็ง สามารถที่จะคงอยู่และต่อสู้ด้วยตัวเราเองได้เมื่อมีเหตุประสบพบเจอ ทั้งนี้คนที่เรียกว่า คนดียอมมีความกล้าหาญที่จะต่อสู้ มีตบะที่แกล้วกล้าท้าชนกับเหตุการณ์ใดๆ อย่างไม่หวาดกลัว เพราะใครก็ตามที่มีการต่อสู้ด้วยความรัก กตัญญูต่อพ่อแม่ จงรักภักดีต่อชาติย่อมมีพลังแห่งความดีที่สะสมจากการเรียนรู้การสอนแบบนี้ให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นไว้เกรงกลัว แต่เมื่อใดก็ตามที่การกระทำสืบเนื่องมาจากความโลภ ด้วยอามิสสินจ้างย่อมไม่สามารถมีแรงมุ่งมั่นชักจูงให้กระทำการใดได้อย่างสำเร็จได้

คนเรานั้นเมื่อเจอเหตุปะทะที่เกี่ยวข้องกับตัวเองย่อมมีความหวาดกลัวหวาดหวั่นขึ้นมาในจิตใจทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอๆ จึงสามารถควบคุมปรารควบคุมจิตใจตัวเองเอาไว้ได้ไม่ตื่นเต้น ไม่วอกแวกมีสติมีสมาธิในเหตุการณ์นั้นๆ ได้ การมีสติมาแล้วเหมือนเรามีกำลังอยู่ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ววิชาอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้น ฉะนั้นเมื่อมีวิชา จิตใจ สติสมาธิต้องมาพร้อมกันด้วยจึงจะสำริดผลใดๆ ได้

คัดลอกจากงานหนังสือไหว้ครู ปี ๒๕๕๔

Author: Terapak

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *