มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์ โดยครูแปรง

ครูแปรง มวยไชยา 2530

มวยไทยไชยาศาสตร์พิชัยยุทธ์ โดยครูแปรง

แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดศิลปะศาสตร์แขนงมวยนั้นมาพร้อมๆ กับการเขียนตำรับตำราพิชัยสงครามที่ผ่านการรบต่อสู้จากสงครามจนสามารถบันทึกเหตุการณ์และวิธีการที่ใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในสมัยก่อนการก่อร่างสร้างเมืองเกิดขึ้นได้นั้นต้องอาศัยคนที่เก่งเพื่อใช้ในการรบพุ่งกัน คนเหล่านั้นสามารถที่จะใช้อาวุธทั้งกายและรอบกายได้อย่างคล่องแคล่วเบ็ดเสร็จในสงครามในตัวอยู่แล้ว จึงจะสามารถปกป้องบ้านเมืองมาได้ ชาติเราอยู่ได้ บ้านเมืองเราอยู่ได้ ครอบครัวเราอยู่ได้ เราจึงจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย เราจึงอาจกล่าวได้ว่า มวยไชยา หรือ ดาบไทยโบราณ นั้นเปรียบได้กับวิถีชีวิตของเราเลยก็ว่าได้

นั้นก็เนื่องด้วยวิชาการด้านนี้มันทำให้เรารอดชีวิตจากสงครามกลับมายังบ้านมาอยู่กับครอบครัวได้ และนี้คือสิ่งที่ทำให้เรารักชีวิตเมื่อมีชีวิตอยู่ได้เราเลยรักครอบครัวได้ ปกป้องบ้านเมืองได้ ปกป้องชาติได้ มันจึงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน การสั่งสมประสบการณ์จากการสู้รบตะลุมบอน จนเป็นวิถีหรือวิชา มันมาจากการสู้หนึ่งต่อหนึ่งหรือหนึ่งต่อหลายคน จนเกิดการหล่อหลอมเก็บบันทึก วิเคราะห์จนสืบทอดต่อๆ กันมาจากคนต่อคน  ผ่านการบอกกล่าวการพูด การสอน จนเป็นตำรับตำรา ใครคนใดเก่งเกิดการซักถาม รบอย่างไร ชนะอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร ลองเขียนจดบันทึกลงไปในผืนทราย ผืนผ้า ผืนกระดาษสืบทอดต่อกันมา

นอกจากเรื่องของขบวนการจัดการศึกสงครามแล้ว ยังมีศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ตามมาด้วยอีกมากมายทั้งเรื่องยารักษาเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย การหว่านพืชเพาะปลูกดูแลอย่างไร การสร้างบ้านสร้างเรือน การปกครองคนดูแลคน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนประสิทธิ์ประสาทวิชาขึ้นมาบนการรบการศึกแทบทั้งสิ้น ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าแก้ไขปรับปรุงเรื่อยมา หากย้อนกลับมากล่าวถึงศาสตร์และศิลป์ของวิชาการมวยที่ว่าด้วยวิถีต่อสู้ด้วยมือเปล่านั้นก็หมายถึงว่า คนๆ นี้ต้องเก่งรอบด้านเมื่อเก่งรอบด้านจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้คนที่สำคัญอย่างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและเมื่อวิถีการสู้กล่าวถึงจิตใจ คนที่มีจิตใจสูงคิดพินิจพิเคราะห์กลั่นกรองจนเห็นวิถีการสู้เหล่านี้จนเป็นรูปร่าง ท่าทางการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว แก้ท่าอย่างนั้นเยี่ยงนี้จนมาแก้มาสอนเป็นวิถีวิชาการออกมา

ด้วย มวยไชยา เป็นวิถีที่ว่าด้วย กายและจิตประสานกัน แต่จิตถือเป็นตัวหลักตัวใหญ่ของการต่อสู้แม้ว่าการฝึกฝนจะเกิดมาด้วยพื้นฐานเดียวกัน แต่จิตและสัญชาตญาณนั้นจะเกิดสำหรับบุคคลหนึ่งบุคคลนั้นแล้วแต่การแก้ไข ประสบการณ์การฝึกฝน การคิดพินิจพิเคราะห์แก้ไขตามสติปัญญาของบุคคลนั้นออกมาด้วยจิต เพราะตามความเป็นจริงแล้วการต่อสู้มันคิดไม่ทันว่าจะออกท่านั้นท่านี้เพราะมันรวดเร็ว ฉะนั้นจึงบอกได้ว่าการต่อสู้ด้วยวิถีของมวยต้องออกมาด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัวและการต่อสู้

จากประวัติ มวยไชยา ตามครูบาอาจารย์ที่เล่าสืบต่อกันมานั้น มีแหล่งกำเนิดเกิดขึ้นด้วย ท่านพ่อมา พระภิกษุสงฆ์ผู้ซึ่งเคยเป็น ทนายเลือกหรือตำรวจลับรักษาพระองค์เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จากในวังหลวง ตามที่มาในรัชกาลที่ 3 โดยกรมทนายเลือก ได้ละทิ้งทางโลกออกบวชแสวงหาสัจธรรมล่องลงมาจนถึงเมืองไชยา ณ วัดทุ่งจับช้าง และได้เผยแพร่ภูมิรู้วิชาการทั้งหมัดมวยและองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่ลูกศิษย์ต่อๆ กันมา เมื่อกล่าวถึงทนายเลือกผู้ที่ถูกขนานนามว่า คนเก่งคนกล้าทั้งวิชาความรู้ด้านศาสตร์และศิลป์ของการต่อสู้เพื่อรักษาผู้ที่สำคัญที่สุดนั้นย่อมหมายความว่า การได้อยู่กรมกองทนายเลือกได้ในสมัยก่อนจึงต้องเป็นคนเก่ง วิชาต่อสู้จึงต้องเก่งกาจ ด้านจิตใจที่เข้มแข็ง แกร่งทั้งกายแกร่งทั้งใจ ดังมีประวัติว่าด้วยกรมทนายเลือกมีมาแต่ยุคสมัยอยุธยาเรื่อยมาจวบจนรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปรากฏมีหลักฐานจนถึงต้นรัชกาลที่ 6 เนื่องด้วยบุคคลที่เป็นทนายเลือกอย่าง ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น) ครูมวยมือเยี่ยมจังหวัดพระนคร เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้มีหลวงวิศาลดรุณกร เป็นศิษย์เอกของท่านผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ปกครองโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยอีกด้วย จึงจะกล่าวได้ว่า ผู้ที่ได้เอยนามตามท้ายแล้วว่า ทนายเลือกจึงมีความสามารถทั้งการต่อสู้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม และนี่เองจึงเป็นเสมอเหมือนว่าด้วยท่าร่างท่าครูที่คล้ายคลึงกันของท่านพ่อมาและจากท่าย่างสามขุมตามอย่างปรมาจารย์หลวงวิศาลดรุณกร จึงเชื่อได้ว่า สายมวยไชยาคือมวยเมืองหลวงมวยจากพระนครที่เป็นสืบต่อขยายสาย ณ เมืองไชยาจนกลับมารับใช้ในเมืองพระนครอีกครั้งหนึ่งนั้นเอง

อีกความหนึ่งอิงจากตำรามวยโบราณในรัชกาลที่ 3 ที่มีปรากฏเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่า มวยไชยา เป็นมวยหลวง มวยในวัง อันมีท่าร่าย ท่าร่างเหมือนในสมุดข่อยในรัชสมัยดังกล่าวนี้เช่นกันจึงเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า มวยไชยา คือมวยหลวงมวยวัง ศักดิ์และศรีของมวยทนายเลือกอย่างเต็มภาคภูมิ

ส่วนความเลือนหายของท่าบางท่าอย่าง ทุ่ม ทับ จับ หัก นั้นสืบเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งต่อยมวยหน้าพระที่นั่งจนมีนักมวยสิ้นชีพ ณ ที่นั้นเป็นเหตุความชอบให้กติกามวยสากลได้ใช้เหตุแห่งความนี้เปลี่ยนแปลงการชกมวยคาดเชือกหรือท่าทางมวยโบราณบางท่าเป็นท่าสงวนไม่ได้ใช้ออกอาวุธ กระทำต่อเพื่อนร่วมชาติ ร่วมแผ่นดินกันได้ อันจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ใครที่ใช้ที่ซ้อมต้องระวังอยู่ในความไม่ประมาทมีสติทุกครั้งที่ใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการผิดพลาดพลั้งยังมือไม่ทันอาจเกิดอันตรายได้ จึงต้องมีครูผู้รู้ผู้สอนคอยอยู่ใกล้ยามฝึก

Author: Terapak

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *