Master Kimseng Tweesitอาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์

อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์

..If we were to talk about Muay Chaiya without mentioning the name of Master Kimseng Taweesit, then we would probably be missing a portion of the history of Muay Chaiya.

…..Master Kimseng was born on February 13th 1890, at Yannava district, Bangkok. He went to Singapore when he was 14 years old, where he learned Judo, fencing, and international boxing. Then he met a bakery shop owner named Mr. Baker, who taught master Kimseng the theory and practical aspect of boxing following the N.S rules(National Spoting Rules). Mr. Baker’s training had made Master Kimseng an excellent boxer.

…..Master Kimseng Taweesit also spent 2 years, in the forest region of Saraburi and Ayuthaya border, learning Muay Thai and sword fight from Kru (teacher) Kiao. These experiences made him a more expert in Thai martial arts

…..An article written by Master Kate Sriyapai, stated that aside from the fighting arts mentioned, he also knew “Penjak”, a fighting style of the Java people of Indonesia, Geng Koong a form of Chinese boxing, and Jujitsu, the Japanese fighting style of joint lock and break system.
…..He became a Muay Thai boxer when he was around 25 years old. Not long after that he started to teach Muay Thai, as well as, international boxing at his house at the Yannava district, near Wat Don Buddhist temple. He had many students and fighters in his staple. They brought in more victories than losses. There were many Muay Thai, as well as, international boxing champions coming form this camp, thus, the Taweesit camp, or staple, was born.

…..In 1929-1939, Praya Katatornbodee (a government officer with the title equivalents to “lordship”) built a stadium inside the Lumpinee Park and invited Master Kimseng to help in the capacities of fight arrangements and as referee. Master Kimseng’s name became even better known because of this.

…..Sometime before 1934, the Ministry of Education of Thailand invited Master Kimseng to teach boxing in their schools. He was appointed the professor of Physical Education, attached to the Central Office of the Physical Education. He had students all over the country. Many went on to become boxing teachers and opened their own boxing camps.

…..He also caused the “Prom See Na” and the “Yang Sook Ka-sem”, the 2 movements of the pre-fight ceremony or “Rum Muay” to become well known and considered a heritage that Thai boxers still perform today.

…..But with much regrets, the hand techniques of “Ngai Mud” or up-side down fist had been losed with the passing of Master Kimseng. Master Kate mentioned in his article that “Ngai Mud” is different from the boxing guard of any one else in the country”. This technique had disappeared from Muay Thai now. Master Kimseng Taweesit (or Suntorn Taweesit) died of lung cancer on August 22nd 1961, when he was 72 years old.

อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์

อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์

หากจะกล่าวถึง มวยไชยา แล้วไม่กล่าวถึง อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ก็คงจะทำให้ ประวัติมวยไชยา ขาดหายไปบางส่วน อาจารย์กิมเส็ง ท่าน เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๓ ยานนาวา กรุงเทพฯ ช่วงอายุ ๑๔ ปีท่านได้เดินทางไปศึกษาที่ สิงคโปร์ และเริ่มเรียน ยูโด ฟันดาบ มวยสากล ที่นั้น จนได้พบกับ มร.เบเก้อร์ เจ้าของร้านขนมปัง ซึ่งเป็นครูมวยสากลฝีมือดี ได้สอนด้านทฤษฏีและปฏิบัติของ N.S.Rule จนทำให้อาจารย์กิมเส็ง มีความรู้ความชำชาญ ในมวยสากล เป็นอย่างมาก

และอาจารย์ท่านยังได้เรียน วิชามวยไทย ดาบไทย จากครูเขียว ในป่าเขตแดนสระบุรีกับอยุธยาอยู่ ๒ ปี จึงทำให้อาจารย์เชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้ของไทยมากขึ้น (นอกจากวิชาที่กล่าวมาแล้ว อาจารย์ยังมีความรู้ใน วิชามวยชวาของชาวอินโดนีเซีย ที่เรียกว่า ” เพนต์จ๊าก ” มวยจีน “เก่ยคุ้ง “และ ยูยิตสู การจับหักของชาวญี่ปุ่น อีกด้วย จากข้อเขียน ของ อ.เขตร์ ) ช่วงอายุ ๒๕ ปี จึงได้เริ่มชกมวยไทย หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ก็เริ่มสอนมวยไทยและสากล ที่บ้านข้างวัดดอน ยานนาวา มีลูกศิษย์มากมายชกชนะมากกว่าแพ้ ลูกศิษย์ท่านได้เป็น ทั้งแชมป์มวยไทยมวยสากลก็มากจนเกิดเป็น ” คณะทวีสิทธิ์ ”

พ.ศ.๒๔๗๒-๒๔๘๒ พระยาคทาธรบดี ได้เริ่มจัด สนามมวยสวนสนุกขึ้นภายในบริเวณ สวนลุมพินี และได้ชักชวนให้อาจารย์ กิมเส็งดำเนินการจัดมวย และเป็นกรรมการ จึงทำให้ชื่อเสียงของ อาจารย์กิมเส็ง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๗ กระทรวงธรรมการ( กระทรวงศึกษาธิการ )จึงได้เชิญ อาจารย์กิมเส็ง เข้าสอนวิชามวยที่โรงเรียนของกระทรวง แต่งตั้งเป็น อาจารย์พละของกรมพละศึกษากลาง มีลูกศิษย์มากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่สอนมวยและเปิดค่ายมวย ก็มาก จึงทำให้ ” ท่ารำพรหมสี่หน้า ” กับ ” ท่าย่างสุขเกษม ” แพร่หลายกลายเป็นมรดก ที่เห็นนักมวยไทยใช้รำบนเวทีกันอยู่จนทุกวันนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ ” หงายหมัด ” ซึ่ง อาจารย์ เขตร์ ท่านได้กล่าวไว้ว่า ” ผิดแผกกับการตั้งท่าของมวยภาคต่างๆทั่วประเทศ ” ท่าหมัดหงายไม้มวยนี้ได้เลือนหายไปจากเวทีมวยไทยปัจจุบัน อาจารย์กิมเส็ง( สุนทร ทวีสิทธิ์ ) ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฏคม พ.ศ. ๒๕๐๔ สิริอายุรวม ๗๒ ปี

Author: Terapak

Share This Post On

Submit a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *