ครูบาอาจารย์

Master Of Muay chaiya

  • ครูทอง เชื้อไชยา
    ครูบาอาจารย์

    ครูทอง เชื้อไชยา

    ครูทอง เชื้อไชยา (ทองหล่อ ยาและ) ท่านเกิดเมื่อ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๒ ที่โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ เมื่อเรียน อยู่ชั้น ป.๖ โรงเรียนวัฒนศิลป์ ประตูน้ำ เริ่มเรียนมวยสากลกับครูประสิทธิ์ นักมวยสากลจากกรมพละ ช่วงอายุ ๑๓-๑๔ ปี ครูได้ออกหาค่ายมวยไทยที่จะเรียน อย่างจริงจัง ครูไปดูอยู่หลายที่ แต่ก็ไม่ถูกใจเพราะแต่ละค่ายนั้น เวลาซ้อมนักมวย จะเจ็บตัวกันมาก ไม่มีการป้องกันตัวเลย ครูจึงได้ไปหัดเรียนมวยไทยกับ ป๊ะลาม ญาติของแม่ แถวซอยกิ่งเพชร มีครูฉันท์ สมิตเวชกับครูชาย สิทธิผล สอน ด้วยว่า เป็นคนร่างเล็ก ผอมบาง จึงถูกเพื่อนๆรังแกอยู่เป็นประจำแต่ก็เรียนอยู่ได้ไม่นาน เพราะถูกเด็กโตกว่ากลั่นแกล้ง หลังจากจบภาคการศึกษา และได้ผ่านชีวิตบู๊ โลดโผน อย่างลูกผู้ชายในยุคนั้นครูทองได้มาทำงานที่ การรถไฟ มักกะสันได้รู้จักกับเพื่อน ของคุณพ่อ ชื่ออาจารย์สามเศียร ได้พูดคุยเรื่องมวยและพาไปพบกับ อาจารย์เขตร ที่บ้าน ครูจึงเริ่มเรียนมวยไชยา ขั้นพื้นฐาน ตามลำดับ เรียนอยู่หลายเดือน จึงคิดจะ ขึ้นชกเวทีเหมือนอย่างรุ่นพี่บ้าง ช่วงนั้น ครูทองอายุประมาณ ๑๖ ปี จึงไปขออนุญาต อาจารย์เขตร อาจารย์ท่านก็ดูฝีไม้ลายมือว่าใช้ได้ จึงบอกครูให้ฟิตให้ดีแล้วจะพา ไปชก แต่ครูทองท่านได้แอบไปชกมวยเวที ตามต่างจังหวัดรอบๆกรุงเทพฯ ชนะมากกว่าแพ้ และได้ชกชนะมวยดัง ฉายาเสือร้ายแปดริ้ว ที่ฉะเชิงเทรา จนเป็นข่าวรู้ถึงอาจารย์เขตร นับแต่นั้นครูทอง จึงได้ชกใน กรุงเทพฯ โดยอาจารย์เขตร จะพาไปเอง ครูทองชกครั้งแรกที่เวที ราชดำเนินกับสมชาย พระขรรค์ชัย ครูทองแพ้ด้วยความตื่นเวทีใหญ่ เมื่อครูทองติดต่อขอแก้มือแต่ฝ่ายสมชาย ไม่ขอแก้มือด้วย มาเลิก ชกมวยเมื่ออายุ ๒๔ ปี เมื่อคุณย่าท่านป่วยหนักและได้ขอร้องให้ครูเลิกชกมวยเวที ครูทอง ก็ให้สัจจะ แต่ขอคุณย่าไว้ว่าจะเลิกต่อยแต่ไม่เลิกหัด คุณย่าท่านก็อนุญาต ครูทอง ได้เรียนมวยกับอาจารย์เขตร อยู่อีกหลายปี จนอาจารย์เขตร ออกปากว่า จะพาไปเรียนกับอาจารย์ใหญ่ อาจารย์เขตร จึงฝากครูทอง ให้ไปเรียนวิชาต่อกับอาจารย์ กิมเส็ง ครูทองท่านสนใจเรียนมวยมาก เมื่ออาจารย์ กิมเส็ง ให้ถือดาบไม้และให้ลองเล่นกับท่านดูโดยบอกว่า ก็เล่นเหมือนกับเล่นมวย นั้นแหละ…

  • ปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย
    ครูบาอาจารย์

    Grand Master Ketr Sriyapaiปรมาจารย์มวยไชยา เขตร ศรียาภัย

    Grand Master Ketr Sriyapai’s Personal Background GrandMaster Ketr was born on Novermber 9, 1902 in the southern province of Chumporn. Having started early training since 8 yrs. old, GrandMaster Ketr had a total of 12 boxing teachers: • His Father – Phra Ya Wajee Satayarak – Provincial Ruler of Chaiya • His Uncle – Kru Klad Sriyapai • Muen Muay Mee Chue (his father’s student known for his victories in hemp-bound fist muay thai tournaments) • Kru Klaub Intarat • Kru Song • Kru In Sakech • Kru Duth • Kru Sook • Kru Wun • M.J. Wibulsawasdi (of royal blood) • Ajarn Kimseng Taweesith • Ajarn Luang GrandMaster served…

  • อาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์
    ครูบาอาจารย์

    Master Kimseng Tweesitอาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์

    ..If we were to talk about Muay Chaiya without mentioning the name of Master Kimseng Taweesit, then we would probably be missing a portion of the history of Muay Chaiya. …..Master Kimseng was born on February 13th 1890, at Yannava district, Bangkok. He went to Singapore when he was 14 years old, where he learned Judo, fencing, and international boxing. Then he met a bakery shop owner named Mr. Baker, who taught master Kimseng the theory and practical aspect of boxing following the N.S rules(National Spoting Rules). Mr. Baker’s training had made Master Kimseng an excellent boxer. …..Master Kimseng Taweesit also spent 2 years, in the forest region of Saraburi…

  • ครูบาอาจารย์

    พระยาวจีสัตยารักษ์ เจ้าเมืองไชยา

    พระยาวจีสัตยารักษ์ เจ้าเมืองไชยา พระยาวจีสัตยารักษ์ เดิมชื่อ ขำ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๘๗ ตรงกับรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ นายขำมีบุตร ๕ คน คือ ชื่อ ศรียาภัย พระยาประชุมพลขันธ์ นายจวน นายเขต และนางเฉลิม นายขำ ศรียาภัย ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ ๔ ได้ฝึกหัดราชการอยู่ในสำนักของสมเด็จเจ้าพระยา บรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม นายขำเป็นผู้มีอัธยาศัยโอบอ้อมอารี และเป็น ผู้มีความรู้ความชำนาญ หลายด้าน เช่น การค้าขาย การจับ และฝึกหัดช้าง และยังมีความสามารถในการพูดภาษาจีน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการติดต่อ ค้าขายเป็นอย่างมาก จนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงราชานุชิต ผู้ช่วยราชการเมืองไชยา ในรัชกาลที่ ๔ พ.ศ. ๒๔๑๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีราชสงคราม ปลัดเมืองไชยา และดำรงตำแหน่งนี้ เป็นเวลา ๑๐ปี มีความชอบจากการไปปราบจลาจลชาวจีนที่เมืองภูเก็ต จึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทิพยาภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๒๒ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิชิตภักดี ผู้ว่าราชการเมืองไชยา ทำความดีความชอบจนได้รับ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มัณฑยาภรณ์มงกุฎสยาม ชั้นที่๓ นิภาภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่๓ เหรียญดุษฎีมาลา พ.ศ.๒๔๒๒ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบมณฑล พระยาวิชิตภักดี ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์ จางวางเมืองไชยา พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวจีสัตยารักษ์ และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลสุราภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้นที่๒ และเหรียญจักรพรรดิมาลาเป็นเกียรติยศ เนื่องจากพระยาวจีสัตยารักษ์ เป็นผู้ชำนาญเกี่ยวกับหัวเมืองชายทะเลปักษ์ใต้ ดังนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ พระยาวจีสัตยารักษ์จึงได้ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์นำเสด็จ และเมื่อมีทางรถไฟสายใต้ ได้เป็นผู้นำตรวจทางรถไฟสายใต้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่มณฑลปัตตานี ถึงเมืองเพชรบุรี นอกจากนี้ ยังได้สร้างคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์อีกมากมาย พระยาวจีสัตยารักษ์ และบุตรหลานได้สร้างคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์มิใช่เฉพาะแต่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น หากแต่ได้สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติโดยส่วนรวมอีกด้วย พระยาวจีสัตยารักษ์เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด ท่านถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๗…

  • ครูบาอาจารย์

    พ่อท่านมา ปฐมครูมวยไชยา

      พ่อท่านมา ปฐมครูมวยไชยา ประวัติของท่านนั้นไม่มีการกล่าวหรือบันทึกไว้มากนักทราบเพียงว่า พ่อท่านมาเป็นครูมวยใหญ่ ทีเดินทางมายัง เมืองไชยา (บางก็ว่าท่านเป็น ขุนศึก หรือ แม่ทัพ ออกบวช และธุดงค์มาจากกรุงเทพฯ) เมื่อราว๑๖๕ ปีมาแล้ว สมัย ร.๓ ตอนปลาย ท่านเชี่ยวชาญวิชาการต่อสู้และมีวิชาอาคม แก่กล้า เคยมีเรื่องเล่าว่ามีช้างตกมันอาละวาด ไม่มีผู้ใดปราบได้ พ่อท่านมาได้บริกรรมคาถาแล้วใช้กะลามะพร้าวครอบจับช้างเชือกนั้นไว้ ชาวบ้านจึงได้สร้างวัดขึ้นที่ท้องทุ่งแห่งนั้นขนานนามว่า วัดทุ่งจับช้าง ศิลปะมวยของท่านได้รับการถ่ายทอด สืบต่อ สู่ชาวเมืองไชยาและครูมวยต่อมาอีกหลายๆท่าน นับแต่พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) ปฐมศิษย์เบื้องต้นผู้เป็นครูมวยของหมื่นมวยมีชื่อ ( ปล่อง จำนงทอง ) ครูนิล ปักษี ครูอินทร์ ศักดิ์เดช โดยเฉพาะ หมื่นมวยมีชื่อ ที่ได้รับราชทานนามนี้จาก ล้นเกล้าในรัชกาลที่ ๕ นับเป็นเกียรติแก่ เมืองไชยา ยิ่งนัก แม้ทุกวันนี้ยังมีนักมวย นักศึกษาและประชาชนเดินทางไปกราบไหว้ และรำถวายมือ หน้าเจดีย์บรรจุอัฐิพ่อท่านมา วัดทุ่งจับช้าง อำเภอพุมเรียง สุราษฎร์ธานี อยู่เสมอ ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๔ หลวงพ่อไสว อินทะวังโส ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัด และดูแลพัฒนา บริเวณวัด สร้างหลังคากันแดดฝนคลุมรักษา สถูปบรรจุอัฐิพ่อท่านมาไว้ โดยมี ชาวบ้าน และคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็น หลานสาวของท่าน ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ได้ร่วมกันบำรุงรักษาวัดอยู่ ต้นปี พ.ศ.๒๕๔๕ ได้ข่าวว่า หลวงพ่อไสว จะเดินทางไปจำวัดอยู่ที่นครศรีธรรมราช เป็นที่น่าเสียดาย วัดทุ่งจับช้าง ก็คงจะเป็นวัดร้าง ไร้การดูแลอีกครั้ง

  • ครูมวยไชยา โช
    News,  ครูบาอาจารย์,  บทความ

    ครูฝึกมวยไชยาสาขาภูเก็ต นายชนุภณ ยอดสมัย

    1.แนะนำตัวให้รู้จักหน่อย ชื่อ นายชนุภณ ยอดสมัย (โช) Chanuphon Yodsamai เกิดเมื่อ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ปัจจุบันอายุ ๓๑ ปี เป็นชาวปักษ์ใต้ เมืองชุมพร เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่ ๑ – ๖ ณ โรงเรียนศรียาภัย ชุมพร จบปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเข้ารับราชการ เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๙ เป็นนิติกรท้องถิ่น อยู่ สามปีกับ เจ็ดเดือน จึงลาออกจากราชการมาเพื่อทำงานด้านอนุรักษ์มวยไชยา และอาวุธไทยสายบ้านครูแปรง 2.เข้ามาเรียนมวยไชยาและอาวุธไทยได้อย่างไร ได้ทราบข่าวมวยไชยาจากหนังสือ สยามคอมแบต ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของครูแปรงไว้ จึงเกิดความสนใจเพราะเป็นศิลปที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดมาก่อน และได้ติดต่อขอเข้าฝึกที่ สยามยุทธ์ยิม ซอยปรีดีพนมยงค์ เมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ 3.ฝึกแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ในระยะแรกเมื่อฝึกแล้วพบว่าการฝึกด้วยท่ามวยพื้นฐานมวยไชยานั้น เป็นการจัดระเบียบร่างกายให้ใช้ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันตัวได้อย่างดี ทั้งยังเป็นการฝึกสติให้จดจ่ออยู่กับท่าฝึกเพื่อมิให้ผิดเพี้ยน ทำให้จิตใจของผู้ฝึกค่อยๆสงบลงอย่างมีเหตุผล  การฝึกมวยไทยไชยานั้น แม้จะได้ชื่อว่ามวยไทย แต่ก็แตกต่างจากมวยไทยที่ข้าพเจ้าเคยฝึกฝนมาอย่างมากมาย ราวกับเป็นมวยคนละประเภทกันเลยทีเดียว 4.ได้เอาวิชาไปใช้บ้างมั้ย โดยปกติแล้ว วิชามวยไทยไชยานั้นจะถูกใช้ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอครับ ทั้งการวางสติ การระวังตัว ตามแบบการฝึกที่เจตนาให้ วิชามวยอยู่รักษาตัวผู้ฝึกตลอดเวลา ไม่ใช่ใช้เฉพาะขณะต้องการ ชกต่อยเท่านั้น แต่ที่ได้ใช้อย่างชัดเจนเห็นได้ชัด ก็มีบ้างครับ เช่นการประลองฝีมือในการแข่งขัน Kof เมื่อปี 2008 ซึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสใช้วิชามวยไชยาในการประลอง 5.มีเป้าหมายอย่างไรบ้างในการฝึกฝน เมื่อแรกที่เข้าฝึกนั้น ก็เพราะสนใจ อยากรู้ถึงศาสตร์ของมวยคาดเชือกสายไชยา ว่าเป็นอย่างไร เมื่อได้ฝึกนานวันเข้าก็พบว่าเมืองไทยเรามีสิ่งดีๆเช่นนี้อยู่ แต่กลับไม่ได้รับการรักษาไว้ให้ดีเท่าที่ควร  จึงตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองไว้ว่า จะขอทำการฝึกฝนตัวเองให้ดีเพื่อจะเป็นแหล่งอนุรักษ์ บอกต่อให้กับคนไทยรุ่นต่อไป สุดแท้แต่กำลังและปัญญาของข้าพเจ้าจะพาไปได้ 6.การฝึกสอนที่ภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง การฝึกมวยไชยาที่ภูเก็ต ในเริ่มแรก ผู้เรียนจะได้รับการจัดท่า วางตัว การวางตำแหน่งร่างกาย ตามแบบมวยไชยาบ้านครูแปรงก่อน เมื่อจัดท่าทางได้ดีแล้ว ก็จะเข้าสู้ขั้นต่อไป ตามหลักสูตรบ้านครูแปรง และเริ่มเรียนรู้การควบคุมอาวุธ ด้วยการควงพลอง และ ดาบไม้ ตลอดถึงอาวุธอื่นต่อไป 7.อยากให้เขียนถึงครูแปรงหน่อยครับ ความรู้สึกแรกที่ข้าพเจ้ามีในมิติการต่อสู้คือ ถ้าคู่ต่อสู้รูปร่างสูงใหญ่ หรือมีกล้ามเนื้อใหญ่โตกว่า จะได้เปรียบกว่าเรา และจะเป็นอันตรายมากเมื่อต้องปะทะด้วย แต่เมื่อได้พบกับครูแปรง มิติในการมองต่างๆของข้าพเจ้าเริ่มเปลี่ยนไป…

  • ครูบาอาจารย์,  บทความ,  ประวัติศาสตร์

    ทุ่มทับจับหัก โดย หมื่นมวยมีชื่อ

    หมื่นมวยมีชื่อ ปล่อง จำนงทอง มวยคาดเชือก สายไชยา เขียนโดย ครูเขตร ศรียาภัย เมื่อ คราสมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาสปักษ์ใต้นั้น ได้ทรงทอดพระเนตรการชกมวยอันเป็นการละเล่นที่ทางบ้านเมืองจัดถวาย และโดยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชได้ทรงสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนวิชามวย ไทย กระบี่กระบอง และเพลงดาบจากปรมาจารย์ หลวงพลโยธานุโยค ครูมวยหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการชกมวยในงานพระราชทานเพลิงพระศพ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ณ ด้านใต้ของทุ่งพระเมรุ (ซึ่งต่อมาทางราชการได้มีประกาศให้เรียกว่าสนามหลวง) นักมวยที่เจ้าเมือง นำเข้ามาเพื่อแข่งขันหน้าพระที่นั่งในครั้งนั้น ล้วนมีฝีมือดีเยี่ยม โดยฝ่ายข้างเมืองไชยา พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์(ครูขำ ศรียาภัย) เจ้าเมืองไชยา ได้นำนายปล่อง จำนงทอง ชาวบ้านหัววัว ตำบลเลม็ด เมืองไชยา มาประลองฝีมือ ได้คู่ชก กับนักมวยโคราช พวกเดียวกับนายแดง ไทยประเสริฐ (ต่อมาได้เป็นหมื่นชงัดเชิงชก) ซึ่งพระยาเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราชเป็นผู้นำมา เมื่อมีสัญญาณกลองให้เริ่มชกกันได้ นักมวยโคราชดูเหมือนจะคึกคะนองอย่างเชื่อมั่นในฝีมือ นายปล่องนักมวยไชยาทรุดตัวลงนั่งยองๆแบบเบญจางคประดิษฐ์ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นกิริยาการสักการะอย่างสูงสุด กระทำการกราบถวายบังคมพระเจ้าอยู่หัวแล้วค่อยๆคลานถอยหลังออกมาราว ๕ ก้าว ยืดตัวขึ้นยืนตรงหันหน้าสู่ทิศบูรพา อันเป็นทิศสถิตของครู ชายหางตาชำเลืองดูคู่ปรับ เพื่อหาจุดจบ นายปล่อง จำนงทอง ยกหมัดขวาขึ้นช้าๆ ใช้นิ้วขึ้นแตะจมูกเพื่อสอบปราณ อาราธนาคุณผ้าประเจียดรัดแขนของพระอาจารย์หลวงพ่อปลัดชุ่ม เจ้าอาวาสวัดอุดม และหลวงพ่อมา เจ้าอาวาสวัดทุ่งจับช้าง ระหว่างที่นายปล่อง กำลังร่ายรำด้วยท่าชักช้าอยู่นั้น นักมวยโคราชถือว่าได้มีสัญญาณให้ชกต่อยกันได้แล้ว จึงก้าวพรวดๆ ตวัดด้วยตีนขวาตามถนัด แม้นายปล่องจะไหวตัวทันและผงะหงายหน้าออกห่างก็ไม่สำเร็จ ปลายตีนปฏิปักษ์ปะทะเข้าเหนือขมับ นายปล่อง มือตกตาลอย หงายหลังดิ้นเร่าๆ อยู่กับพื้นสนาม นักมวยโคราชกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ถอยออกรำเยาะเย้ยอยู่ห่างๆ ประชาชนบางคนตะโกนเชิงคัดค้าน แต่บางคนเห็นสมควรเพราะกรรมการได้ลั่นกลองสัญญาณให้คู่ต่อสู้ตีกันได้แล้ว มวยไชยา อยากเซ่อซ่าเองต่างหาก นายปล่อง จำนงทอง ถูกประคองเข้าพุ่ม (ที่พักให้น้ำนักมวยสมัยก่อน) การต่อสู้ต้องชะงักลงชั่วคราวโดยให้นักมวยคู่อื่นชกต่อยกันแทนตามประเพณี นายปล่อง ได้รับการปัดเป่านวดเฟ้นจนรู้สึกตัวและลืมตา คุณพ่อของผู้เขียนซึ่งมีสีหน้าทุกข์ร้อนตลอดเวลา เข้ามากระซิบถามนายปล่อง จำนงทอง ว่าจะยอมแพ้หรือสู้เขาต่อไป นายปล่องตอบทันควันว่า “จะขอสู้จนตายคาตีน” (ฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๓๐๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗) คุณพ่อยิ้มออก เมื่อได้ยินคำนายปล่อง เอื้อมมือลูบก้านคอลูกศิษย์ตัวโปรดชี้จุดมรณะพลางปลอบใจที่ไม่เสียแรงเกิด ใกล้แดนน้ำเค็ม พร้อมกระซิบข้างหูให้ “จับหัก” อันเป็นกระบวนแม้ไม้กลในสาขาวิชามวยไทย…

  • ครูบาอาจารย์,  บทความ,  ประวัติศาสตร์

    ตำนานมวยไชยา หมื่นมวยมีชื่อ

    นายปล่อง จำนงทอง เป็นลูกศิษย์ (มวย) เจ้าเมืองไชยา (เมื่อครั้งหัวเมืองขึ้นกับกระทรวงกลาโหม) คือพระยาวัยวุฒิวิเศษฤทธิ์ (ขำ ศรียาภัย) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวจีสัตยารักษ์ เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หมื่นมวยมีชื่อ ประวัติ นายปล่อง จำนงทอง เป็นคนบ้านหัววัว ตำบลเลม็ดโดย กำเนิด ลักษณะของท่านเป็นคนสันทัดคน หน้ากว้าง คางเรียว จมูกแหลมงุ้ม ผมหยักศกเล็กน้อย แผงอกใหญ่ แขนใหญ่ ข้อมือเล็ก น่องเล็ก ผิวค่อนไปข้างขาว แต่มีตบะน่าเกรงขาม ไม่ดุแต่คนกลัว ดูรูปร่างแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่มีความรวดเร็วและว่องไว เพราะการฝึกหัดศิษย์ท่านมีความรวดเร็วเหนือลักษณะรูปร่างเป็นอันมาก ไม่ว่าลูกศิษย์จะทำอะไรลูกไม้มวยแบบไหน ท่านสามารถที่จะปิดป้องได้จนหมดสิ้น นายปล่อง จำนงทอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5 ให้เป็น หมื่นมวยมีชื่อ เพราะได้เป็นผู้พิชิตมายฝีมือดี ลูกศิษย์พระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช โดยทำการต่อสู้ กันในงานเมรุกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งสุเมรุด้านใกล้ๆกับป้อมเผด็จดัสกร ก็โปรดเกล้าฯ ให้นักมวยฝีไม้ลายมือดีชกชนะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ (ข้าราชการชั้นประทวน) “ หมื่นมวยมีชื่อ” (ปลอง จำนงทอง) เป็นนักมวยจากไชยา และ “หมื่นมือแม่นหมัด” แห่งบ้านทะเลชุบศร จังหวัดลพบุรี กับอีกผู้หนึ่งได้เป็น หมื่นชงัดเชิงชก (แดง ไทยประเสริฐ) แห่งเมืองโคราช หรือนครราชสีมา ข้าราชการชั้นประทวนทั้งสามท่านนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯไม่ต้อง เสียส่วยสาอากร แม้กระทั่งทำความผิดก็ให้กรมการบ้านเมืองพิจารณาลดหย่อนผ่อนโทษ ตามสมควร นับเป็นความภูมิใจของคนทั้งเมืองไชยาและลูกหลานของตระกูล “จำนงทอง” ที่นายปลอง จำนงทอง ได้เป็นตัวแทนของคนไชยาและได้นำเกียรติประวัติอันสูงส่งมาสู่เมืองไชยา กล่าว กันว่าท่านเป็นคนหนังเหนียว ครั้งชกมวยหน้าพระที่นั่งและได้ตำแหน่งหมื่นกลับมานั้น ท่านถูกชกถูกบริเวณใต้ตาซ้าย มีอาการเขียวคล้ำอย่างมากแต่ไม่แตก จากความเป็นคนสู้คน กรรมการและพรรคพวกบอกให้ยอมแพ้ แต่ท่านคิดว่าถ้าแพ้ขอตายหน้าพระที่นั่ง จนการต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะ และจากการต่อสู้ครั้งนี้เอง ที่ทำให้ท่านเป็นรอยเขียวช้ำจนตลอดชีวิต แม้ตอนที่เสียชีวิตรอยเขียวช้ำนั้นจะจางหายไปบ้างแล้วก็ตามนอกจาการต่อสู้ใน ครั้งนั้นแล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งคือ ตอนที่ท่านนำนักมวยไปชกในงานรับเสด็จรัชกาลที่ 6 ที่บนควนท่าข้าม อำเภอพุนพิน ตอนขากลับท่านได้รับอุบัติเหตุคือ เรือใบถูกลมพัดจัด เสาใบหักลงตีศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มทุกคนในเรือคิดว่าท่านศีรษะต้องแตก แต่เมื่อท่านเปิดมือที่กุมหัวให้ดู ทุกคนก็เห็นว่าไม่มีเลือดไหลออกมาเลย นอกจากจะเห็นศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มลง และจากอุบัติเหตุครั้งนี้เองที่ทำให้ท่านกลายเป็นคนที่หูค่อนข้างตึงไปเล็ก น้อย การฝึกมวย การฝึกมวยให้กับศิษย์ของท่าน ส่วนใหญ่ท่านจะคอยนั่งดูและจะแนะนำให้นอกจากจะไม่พอใจเท่านั้นท่านจึงจะลงมา สวมนวมซ้อมให้เอง แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าซ้อมกับท่าน เพราะการซ้อมกับท่านต้องทำจริงโดยท่านจะเป็นผู้แสดงวิธีแก้ลูกไม้มวยแต่ละ อย่างให้พร้อมทั้งการจู่โจมเข้าทำ…

  • Video,  ครูบาอาจารย์

    Muay Chaiya and Krabi Krabong By Kru Preangมวยไชยาและกระบี่กระบองโดยครูแปรง

    Muay Chaiya and Krabi Krabong By Kru Preang Thai Sword Dance Thai Sword Fighting by Wooden Sword Muay Thai Chaiya Sparring Kru Preang And Chan By Siam Yuth Center Barn Kru Preang มวยไชยาและกระบี่กระบอง โดยครูแปรง รำดาบสไตล์พิชัยยุทธ์บ้านครูแปรง ตีดาบแบบไม้ป่า ประลองเชิง ลงคู่มวยไชยา โดยครูแปรง และ พงษ์ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง

  • News,  Video,  ข่าวทั่วไป,  ครูบาอาจารย์

    Wai Kru ceremony at Bann Kru Praengงานไหว้ครูมวยไชยา ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง

    Clip video and Picture from Wai Kru ceremony at Bann Kru Praeng https://muaychaiya.com/forum/index.php?topic=33.0 รูปภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนจากงานไหว้ครู ที่เพิ่งผ่านมานะครับ ใครไม่ได้ไปเสียดายนะครับ ปีนี้ครูลงมาเล่นให้ดูหลายอย่างเลย นำภาพและคลิปวีดีโอบางส่วนมาให้ชมครับ https://muaychaiya.com/forum/index.php?topic=33.0