• News,  เคล็ดวิชา

    มวยไชยา กับการจรดมวยย่อต่ำ

    มวยไชยา กับการจรดมวยย่อต่ำ การจรดมวยย่อแบบไชยา… นั้นมีเหตุผลมากมาย เต็มไปด้วยหลักการทางวิชาการของศาสตร์ในหลายแขนงของไทย เช่น การแพทย์แผนโบราณ ว่าด้วยเส้น ว่าด้วยเอ็น กระดูก กล้ามเนื้อ เลือด ลม ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น การย่อเป็นการเก็บลูกสะบ้าเข่าให้ล็อกอยู่ในเบ้า ไม่ถึงพิการหากคู่ต่อสู้รู้วิธีทำ กล้ามขาเบ่งเกร็งเองเพื่อปิดเส้นสันตฆาตและปัตฆาต ป้องกันอัมพาตชั่วคราวหากถูกเตะพับนอกและพับใน มุมเข่าหน้าพลิกเข้าปิดจุดอ่อนด้านในแล้วล่อด้านนอกซึ่งแข็งกว่า น้ำหนักอยู่บนปลายเท้าทั้งสองโดยไม่ต้องยกส้นเท้าต้องสัมผัสรู้ พร้อมถ่ายแรงโยกโล้ไปทุกทิศตามกล  ศอกหน้าตลอดแขนปิดหลุมหัวใจ ไหปาร้า ขมับ ตา แสกหน้า ตลอดจนเชิงกระหม่อม ศอกและแขนหลังปิดชายโครงอ่อน ตับ ไหปาร้า และกระเดือก อันเป็นจุดมรณะทุกจุด อันนี้เป็นเพียงภายนอกพอคร่าวๆ ซึ่งยังไม่พูดถึงภายใน การจรดมวยแบบนี้เมื่อเอาดาบมาใส่มือครูท่านเรียกว่า “มวยต่อมือ” ถ้าใส่ไม้ศอกก็เป็นโล่ห์ , ดั้ง , เขน ส่วนหอก , ง้าว , เสน่า , หน้าไม้ , เครื่องยิง เหล่านี้ไม่ต้องพูดถึง ลงตัวอย่างยิ่ง จึงอาจกล่าวได้ว่าการจรดมวยไชยาเป็นผลมาจากการตกผลึกโดยแท้จากศึกสงคราม ผู้ไม่เรียนดาบหรือเรียนอาวุธไทโบราณ จะรู้จะเข้าใจเพียงว่านี้คือการจรดแบบมวยไชยา หารู้ถึงกลที่ซ่อนแฝงไม่ การที่ครูแปรงได้ฝึกอาวุธโบราณอยู่บ้าง ยิ่งฝึกลึกๆเข้า ทำให้ยิ่งเห็นความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งพิสดาร จึงทำให้มีย่อมากกว่าหนึ่งวิธี และมีการนั่งอีกหลายแบบ ซึ่งมีผลยิ่งเกี่ยวกับจริตในการคิด ในการแตกลูกไม้เพื่อแก้ไขสถานการณ์อันล่อแหลมฉับพลันทันทีทันใดและเพื่อความปลอดภัย หลักการสลายแรง , ตัดแรง , ชิงแรง , ชิงคม , กลยุทธ , กลศึก ฯลฯ จากวิชาอาวุธและศาสตร์อื่นๆ จึงรวมเบ็ดเสร็จในคราวเดียวโดยไม่ต้องแบ่งแยก บางครั้งใช้ออกอาวุธดัง “มือเป็นมีด” “แขนเป็นดาบ” “ตีนเป็นหอก” “แข้งเป็นง้าว” แม้กระทั่งการปาด เฉือน จิ้ม ทิ่มแทง ฯลฯ เช่นกัน ผู้เป็นครูมวยจึงมีความสำคัญในการสร้างวิถีมวยในสายของตนให้เป็นอย่างไร และมีอัตลักษณ์แบบไหน มนุษย์เป็นสัตว์ฉลาดที่สุด ย่อมคิดวิธีต่อสู้ได้มากมายและใช้ทุกอย่างในกายและจิตที่ตนคิดค้นตามปัญญา แม้ขนาดเข้าฌานตีความกันก็ยังมี การเป็นครู ต้องมีความสามารถในการรู้คิด รู้วิธีสู้ได้ทุกสถานการณ์ เช่น ไม่ว่าในพื้นที่ๆใช้ต่อสู้นั้นจะมีความแข็งหรือนุ่มอย่างไร จะลื่นหรือไม่ลื่น อาจจะมีวิธีทำให้ลื่นหรือให้ล้มได้ตลอดเวลา ยิ่งที่แข็งยิ่งล้มง่ายและล้มเจ็บอย่างยิ่ง ลองคิดมุมกลับกัน ที่อ่อนนุ่มไม่จำเป็นต้องกลัวล้มเพราะล้มไม่เจ็บ จรดมวยสูงๆก็ย่อมไม่เป็นไร อีกอย่างการล้มมีมากวิธีแม้การพุ่งล้ม ถูกจับโยนให้ล้มยิ่งน่ากลัว จึงไม่จำต้องกล่าวเรื่องย่อแล้วล้มไม่เจ็บอีก เพราะทางเรามีล้มทุกมิติ ยืน…

  • แม่ไม้มวยไชยา
    News,  บทความ

    การฝึกหัดมวยไทยไชยา โดยครูแปรง

    การฝึกหัดมวยไทยไชยา โดยครูแปรง การฝึกการหัดหมัดมวยในสมัยก่อนจากที่ครูมวยมีเวลาฝึกหัดสอนกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 3 เดือน 6 เดือน ทั้งนี้ก็เพราะ 6 เดือนมีสงครามอีกแล้ว เดี๋ยวเมืองนั้นมา เมืองนี้มารบ ไปตีเมืองนั้นเพิ่ม เมืองนี้เฝ้าระวัง จึงมีเวลาไม่มาก จนเสร็จศึกจึงมาเรียนเพิ่มเติมจากครู ฉะนั้นครูมวยสมัยก่อนจึงสำคัญ เพราะครูเปรียบเป็นดังพระอาทิตย์คิดแตกยอดแตกสายแตกลายลูกไม้ให้ศิษย์แต่ละคนแต่ละแบบแตกต่างตามนิสัยใจคอ ตามความสูงความต่ำ ใจสู้ ไม่สู้ เพื่อให้ศิษย์นั้นได้ใช้วิชาตามความถนัดและปกป้องกันภัยตัวเองได้ก่อน แล้วจึงเพิ่มเติมส่วนที่แยกย่อยออกไป หากจะหมายแยกมวยออกเป็นมวยเกี้ยว มวยหลัก ที่ว่านั้น มวยเกี้ยวสำหรับคนรูปร่างเล็ก มวยหลักสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่ก็หามิได้ นั้นเป็นเพียงเคล็ดวิชาที่ไว้สำหรับสอนเชิงมวย หากถ้าเรียนจริงต้องเป็นทั้งเกี้ยวและหลักทั้งสองทางเพื่อเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ตามสมควรแห่งเหตุที่เกิดขึ้น มวยหลักสมัยโบราณนั้นจะหมายถึง มวยที่มีความมั่นใจแล้วว่า สามารถรับแข้งรับเตะได้อย่างคล่องแคล้ว ว่องไว หลบหลีกได้ดีมีความมั่นใจจึงเดินเข้าหาคู่ต่อสู้  หากคู่ต่อสู้มีกำลังมาก เข้าแลกไม่ไหวเรามีกำลังน้อยก็ใช้เชิงมวยเดินวนเดินเลี่ยงเป็นมวยเกี้ยว มวยหลบ ฉะนั้นหากนักมวยตัวใหญ่เจอนักมวยตัวเล็กแต่แข็งแกร่งมวยใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นมวยเกี้ยว หาช่องทางเข้าทำได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ครูท่านจะเลือกดูเลือกแก้ให้กับศิษย์ว่า ทางไหนดีทางไหนเหมาะแก่ผู้นั้น ฉะนั้นความสำคัญของการเรียนมวยนอกจากความสามารถของศิษย์ที่ตั้งใจร่ำเรียนแล้ว ครูอาจารย์ที่สอนศิษย์ต้องมีความเก่งรอบด้านเพื่อสร้างให้ศิษย์เก่งได้ ดึงความสามารถแห่งศิษย์ออกมาอย่างถูกต้อง ดีงามตามหลักตามการณ์ที่เหมาะสม ฉะนั้นความสำคัญของการฝึกมวยเบื้องต้นคือ การฝากตัว ฝากครู ยกครู ขึ้นครู นับถือครูบาอาจารย์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จึงก่อเกิดขนบประเพณีและวิถีแห่งมวยไชยาขึ้น นอกจากการเฝ้ามองดูศิษย์แล้วครูจะมองเห็นข้อดีข้อเด่นของสรีระรูปร่าง เห็นเหมือนอาวุธที่มีในตัวศิษย์ มีขาช่วงยาวช่วงสั้นเสมือนเป็นหอกเป็นง้าวหรือ ทวน มีแขนประดุจดาบ หรือมือดั่งมีดสั้น ศอกเป็นดั่งโล่ดั่งแข่น อวัยวุธเหล่านี้เองที่ครูจะสั่งสอนเล็งเห็นมอบให้ศิษย์คนใดเก่งด้านหนึ่งด้านนั้น ตามความสามารถสรีระสร้างแต่เดิมมาและเพิ่มเติมหลักวิชาใช้งานอย่างเหมาะสม ด้วยเหตุแห่งวิชาที่เกิดในสงครามการออกอาวุธของไชยาจึ่งมิใช่เพียง หมัด เท้า เข่า ศอก อย่างที่คนทั่วไปรู้จักมวยไทย หากแต่ว่ายังคงมี ทุ่ม ทับ จับ หัก  ล่อ หลอก หลบหลีก เหยาะ ย่าง ยัก เยื้อง เหาะ เหิร กอด รัด ฝัด เหวี่ยง ล้มลุก คลุกคลาน ป้อง ปัด ปิด เปิด หากว่าด้วยเรื่องหมัดก็จะมีทั้ง ชก สับ ปัก จิ้ม ทิ่ม แทง ควัก ข่วน ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาซึ่งการชนะเอาตัวรอดนั้นเอง จึงบอกได้ว่ามวยไชยาเหมือนมีอาวุธครบมือจะเรียกใช้สิ่งใดได้ตามประสงค์ หากแต่ว่าสิ่งเหล่านี้ประกอบขึ้นด้วยหลักวิชาการ วิเคราะห์เป็นขบวนการเป็นขั้นเป็นตอนเป็นระบบใช้ถูกหลักถูกวิธีไม่ได้มั่ว พลิกแพลงตามภูมิรู้ เมื่อใช้จึงมีความแม่นยำเกิดผลได้ทันที จึงเป็นการต่อสู้ที่มากด้วยหลากหลายมิติแห่งการต่อสู้ ทุกรูปแบบแห่งศาสตร์การดำรงชีวิต จึงจะเรียกได้ว่า…