• News,  เคล็ดวิชา

    มวยไชยา กับการจรดมวยย่อต่ำ

    มวยไชยา กับการจรดมวยย่อต่ำ การจรดมวยย่อแบบไชยา… นั้นมีเหตุผลมากมาย เต็มไปด้วยหลักการทางวิชาการของศาสตร์ในหลายแขนงของไทย เช่น การแพทย์แผนโบราณ ว่าด้วยเส้น ว่าด้วยเอ็น กระดูก กล้ามเนื้อ เลือด ลม ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น การย่อเป็นการเก็บลูกสะบ้าเข่าให้ล็อกอยู่ในเบ้า ไม่ถึงพิการหากคู่ต่อสู้รู้วิธีทำ กล้ามขาเบ่งเกร็งเองเพื่อปิดเส้นสันตฆาตและปัตฆาต ป้องกันอัมพาตชั่วคราวหากถูกเตะพับนอกและพับใน มุมเข่าหน้าพลิกเข้าปิดจุดอ่อนด้านในแล้วล่อด้านนอกซึ่งแข็งกว่า น้ำหนักอยู่บนปลายเท้าทั้งสองโดยไม่ต้องยกส้นเท้าต้องสัมผัสรู้ พร้อมถ่ายแรงโยกโล้ไปทุกทิศตามกล  ศอกหน้าตลอดแขนปิดหลุมหัวใจ ไหปาร้า ขมับ ตา แสกหน้า ตลอดจนเชิงกระหม่อม ศอกและแขนหลังปิดชายโครงอ่อน ตับ ไหปาร้า และกระเดือก อันเป็นจุดมรณะทุกจุด อันนี้เป็นเพียงภายนอกพอคร่าวๆ ซึ่งยังไม่พูดถึงภายใน การจรดมวยแบบนี้เมื่อเอาดาบมาใส่มือครูท่านเรียกว่า “มวยต่อมือ” ถ้าใส่ไม้ศอกก็เป็นโล่ห์ , ดั้ง , เขน ส่วนหอก , ง้าว , เสน่า , หน้าไม้ , เครื่องยิง เหล่านี้ไม่ต้องพูดถึง ลงตัวอย่างยิ่ง จึงอาจกล่าวได้ว่าการจรดมวยไชยาเป็นผลมาจากการตกผลึกโดยแท้จากศึกสงคราม ผู้ไม่เรียนดาบหรือเรียนอาวุธไทโบราณ จะรู้จะเข้าใจเพียงว่านี้คือการจรดแบบมวยไชยา หารู้ถึงกลที่ซ่อนแฝงไม่ การที่ครูแปรงได้ฝึกอาวุธโบราณอยู่บ้าง ยิ่งฝึกลึกๆเข้า ทำให้ยิ่งเห็นความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งพิสดาร จึงทำให้มีย่อมากกว่าหนึ่งวิธี และมีการนั่งอีกหลายแบบ ซึ่งมีผลยิ่งเกี่ยวกับจริตในการคิด ในการแตกลูกไม้เพื่อแก้ไขสถานการณ์อันล่อแหลมฉับพลันทันทีทันใดและเพื่อความปลอดภัย หลักการสลายแรง , ตัดแรง , ชิงแรง , ชิงคม , กลยุทธ , กลศึก ฯลฯ จากวิชาอาวุธและศาสตร์อื่นๆ จึงรวมเบ็ดเสร็จในคราวเดียวโดยไม่ต้องแบ่งแยก บางครั้งใช้ออกอาวุธดัง “มือเป็นมีด” “แขนเป็นดาบ” “ตีนเป็นหอก” “แข้งเป็นง้าว” แม้กระทั่งการปาด เฉือน จิ้ม ทิ่มแทง ฯลฯ เช่นกัน ผู้เป็นครูมวยจึงมีความสำคัญในการสร้างวิถีมวยในสายของตนให้เป็นอย่างไร และมีอัตลักษณ์แบบไหน มนุษย์เป็นสัตว์ฉลาดที่สุด ย่อมคิดวิธีต่อสู้ได้มากมายและใช้ทุกอย่างในกายและจิตที่ตนคิดค้นตามปัญญา แม้ขนาดเข้าฌานตีความกันก็ยังมี การเป็นครู ต้องมีความสามารถในการรู้คิด รู้วิธีสู้ได้ทุกสถานการณ์ เช่น ไม่ว่าในพื้นที่ๆใช้ต่อสู้นั้นจะมีความแข็งหรือนุ่มอย่างไร จะลื่นหรือไม่ลื่น อาจจะมีวิธีทำให้ลื่นหรือให้ล้มได้ตลอดเวลา ยิ่งที่แข็งยิ่งล้มง่ายและล้มเจ็บอย่างยิ่ง ลองคิดมุมกลับกัน ที่อ่อนนุ่มไม่จำเป็นต้องกลัวล้มเพราะล้มไม่เจ็บ จรดมวยสูงๆก็ย่อมไม่เป็นไร อีกอย่างการล้มมีมากวิธีแม้การพุ่งล้ม ถูกจับโยนให้ล้มยิ่งน่ากลัว จึงไม่จำต้องกล่าวเรื่องย่อแล้วล้มไม่เจ็บอีก เพราะทางเรามีล้มทุกมิติ ยืน…

  • News,  บทความ

    ท่ามวยไทย – เหลี่ยม – ย่างสามขุม

    ท่ามวยไทย  ในวิชา ” พาหุยุทธ์ ”  เราก็มีศัพท์เฉพาะวิชาไว้ไม่น้อยหน้าของต่างประเทศเหมือนกัน  แถมยังมีคำที่เป็นรหัสไว้ใช้  เพื่อมิให้ปฏิปักษ์รู้ล่วงหน้าก็มาก ฉะนั้นท่านที่รู้อยู่จัดเจนแล้ว  ก็ขออภัยด้วยที่ผู้เขียน ” เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ”  ผู้เขียนมุ่งแต่จะเสนอศัพท์เฉพาะวิชามวยไทยแก่ท่านที่ยังไม่ทราบเท่านั้น  จึงหวังจะได้รับความเห็นใจจากปรมาจารย์มวยไทยทั้งหลายด้วย ผู้เขียนได้ออกนอกเรื่องท่ามวยไทยไปมากพอแล้ว  จึงขอกลับมาบรรยายท่ามวยไทยต่อไป การ ” ตั้งท่า ” มวยไทยเป็นมูลฐานสำคัญเท่า ๆ กับ (Stance) ในแบบมวยสากล  แต่โปรดอย่าหลงไหลว่าเหมือนกัน  ดังที่อาจารย์มวยบางท่านเข้าใจเพราะ ” ควายไม่ใช่วัว ” มวยสากลไม่ใช้ตีน  ” ท่าคุม ” หรือที่แบบสากลเรียกว่า  ”  การ์ด  ” (Guard) ก็เป็นลักษณะที่ต่อเนื่องกัน  มวยไทยต้องเอาใจใส่กับการ  ” ตั้งท่า  ” ให้รัดกุม มิฉะนั้นการป้องกันก็ดี  หรือการโจมตีก็ดี  ย่อมได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตามเจตนารมณ์ของมวยไทย             ด้วยความประสงค์ที่จักให้ได้ประโยชน์สมบูรณ์ขอเสนอการ  ”  ตั้งท่า  ”  ของมวยไทย (หรือสุดแต่จะนิยมแบบจากคณาจารย์อื่นใด) และขอได้โปรดติดตามช้า ๆ เพื่อความเข้าใจไว้ด้วย             มวยไทยเป็นแบบต่อสู้ตั้งแต่หัวตลอดตีน  ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง  เพราะฉะนั้นการ ”  ตั้งท่า  ” จึงต้องพยายามฝึกฝนให้กระชับทะมัดทะแมง (Compact) ใครถนัดหมัดขวาให้ก้าวตีนซ้ายออกไปข้างหน้า  ยาวกว่าช่วงก้าวปกติเล็กน้อยพอไม่ให้เสียหลัก  ยกหมัดขวาขึ้นเท่าระดับหน้า (ตรงจุดอุณาโลม)  (ดังเคยแนะนำไว้แล้วตอนต้น)  คือกลางระหว่างหัวคิ้ว  ให้หมัดห่างจากหน้าประมาณ ๓ คืบ หรือ ๑๒ นิ้ว  ดังนี้ ศอกซ้ายซึ่งซ่อนอยู่ (ไม่สังเกตไม่เห็น) จะทำหน้าที่บังจุดสำคัญตรงที่ตั้งหัวใจ  ส่วนหมัดขวาให้ยกขึ้นเท่าระดับกึ่งกลางของปลายแขนซ้าย  ศอกขวาก็จะกลายเป็นเฝือกป้องกันซี่โครงอ่อนด้านขวา และตับอันเป็นอวัยวะเก็บกำลังสำรอง ขณะเดียวกัน หมัดขวาก็ทำหน้าที่ปกป้องจุดอ่อนอีกแห่งหนึ่งคือ  ”  อกรวบ  ”  หรือ  ” ยอดอก  ” ซึ่งนักมวยตะวันตกเรียกว่า ” โซลาร์ เปล๊กซุส ” ” Solar plexus “ ไม้มวยสากลที่กล่าวนี้ไม่มีคนรู้จักจนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๔๐  เมื่อรูบี้ …

  • ครูมวยไชยา ครูทอง ครูแปรง
    News,  บทความ

    สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1

    สืบสายวิชาจากครูทองสู่ครูแปรง ตอนที่ 1 ต้นเหตุแรกเริ่มจากการสอนดาบที่ชมรมอาวุธไทยรามได้พบปะรุ่นน้องที่ได้ลองเข้าคู่ลงมวยกัน ภาพแห่งท่าจรดมวยที่แปลกตา ทำให้ครูแปรงชวนสงสัยและหวนคิดถึงเรื่องราวสายมวยโบราณที่ย้ำอยู่ในห้วงความคิดที่ว่า มวยโบราณนี้มีดีแท้เหตุไฉนเราถึงจักเรียนรู้ได้ เพราะกาลเวลาผ่านมานานเหลือเกินจะยังคงหลงเหลือถึงมือเราได้กระนั้นเหรอ เมื่อภาพความคิดประติดประต่อกับท่าจรดมวยโบราณจึงทำให้เค้าโครงความจริงปรากฏขึ้น จึงได้สอบถามและสืบเสาะได้ความว่าเป็นท่าจรดมวยของครูมวยท่านหนึ่ง นามว่า ครูทองหล่อ ยาเเละ ครั้นได้ถามตามสืบจึงใคร่อยากเป็นศิษย์อยากเรียนมวยด้วยจึงเดินทางไปยังบ้านครู ครั้งนั้นครูแปรงยังจำเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องไปพบครูท่านครั้งแรกด้วยที่ว่า กว่าจะเข้าถึงนั้นต้องฝ่าฟันอย่างที่เขาว่า ฝ่าน้ำข้ามทะเลก็ไม่ปานเพราะช่วงนั้น น้ำท่วมใหญ่ทั้งที่รามและบริเวณบ้านทับช้างอันเป็นที่พำนักอาศัยครูผู้ประสาทวิชาผู้นี้ ตอนนั้นท่านเล่าว่า บริเวณที่ครูทองท่านอยู่อาศัยสมัยนั้นยังเป็นท้องนาน้ำยังคงท่วมอยู่ แม้ว่าแถวรามน้ำท่วมจะลดลงแล้วแต่ที่ทางเข้าบ้านท่านยังท่วมอยู่ลึกประมาณเอวได้ จึงต้องพายเรือกันเข้าไปต้องวิดน้ำออกครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะถึงบ้านครูแถมยังมีรุ่นพี่ๆน้องๆ ตามกันมาอีกซักกระบวนหนึ่งประมาณได้ว่า สิบกว่าคนไอ้ที่ลงเรือได้ก็ว่ากันไปส่วนที่เหลือก็เฝ้าอีกฝั่งรอเพื่อนๆ ว่ากันอย่างนั้น เมื่อเข้าไปแล้วก็ได้กราบครูมอบตัวเป็นศิษย์เพื่อจะเรียนวิชา ท่าก็ให้รอน้ำลดลงเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียนกัน ครูทองท่านก็ใจดีรับไว้ ครั้นเมื่อน้ำลดลงบริเวณบ้านครูทองท่านก็มีอาณาบริเวณสักประมาณหนึ่งไว้สำหรับซ้อมและเรียนมวย ซึ่งในขณะนั้นครูทองท่านเองก็มีลูกศิษย์ลูกหาที่มาเรียนมวยทั้งที่เป็นมวยคาดเชือกและมวยเวทีก็สอนกันอยู่บ้างแล้วจำนวนหนึ่ง เมื่อแรกเข้าไปเรียนมวยนั้นแต่เดิมครูทองท่านก็สอนเชิงชกมวยแบบเวทีที่ยุคนั้นนิยมกัน แต่เมื่อครูแปรงขอเรียนได้พูดกับครูทองท่านว่า อยากเรียนแบบอนุรักษ์แบบโบราณ ท่านก็ให้ยืนให้ย่อเข่าย่อขาแบบอย่างเรียนดาบ แล้วท่านก็ปรับก็แต่งให้ว่า การเรียนมวยขา เข่าต้องหันไปทางเดียวกันชี้ทิศชี้ทางเดียวกันไม่กว้างไปกว่าไหล่เราและท่านยังได้บอกอีกว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ลองดี มันมีวิชากันจริงไหม ท่านก็ให้ทำท่ามวยซ้ำๆ อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ เพื่อจะดูว่า พวกนี้มันมีวิชากันจริงหรือเปล่า ตั้งใจจริงกันไหม ท่านสั่งให้ทำท่ามวยแล้วท่านก็นั่งหลับไป นัยว่าลองเชิงลูกศิษย์เอาว่า มันจะสู้จริงอยากได้วิชาจริงหรือไม่ ครูแปรงท่านเองก็ว่า เคยได้ยินคนโบราณท่านว่า ครูบาอาจารย์ท่านลองดีมักทดสอบทดลองจิตใจศิษย์ ท่านเลยต้องทำอย่างที่ครูบอก จนครูทองท่านหลับตื่นอีกทีบ่ายสามโมง ท่านก็ยังมาเห็นว่า ครูแปรงก็ยังฝึกท่าเดิมๆ อยู่ก็ถามว่า เล่นแต่เช้ายังไม่เลิกอีกเหรอ ครูแปรงตอบท่านกลับไปว่า ครูให้ทำก็ทำไปก็ครูไม่ได้บอกให้หยุด ก็นับได้ว่าได้หยั่งเชิงลองภูมิครานั้น ครูทองท่านเลยชอบเพราะเป็นคนเอาจริงเอาจัง เวลาเรียนครูทองท่านเองก็จะสอนรวมๆ เอาทั้งหมดไม่ได้แบ่งแยกท่าแยกทางตามประสาเหมือนเมื่อสมัยนี้ เราเองก็ต้องจับประกอบประสานเก็บเล็กผสมน้อยจากครูท่าน ครูแปรงกล่าวว่า พอเวลาไปถึงก็ถามวิชา อย่างที่ว่าเมื่อเขาจับคอตีเข่าเราจะแก้อย่างไร ครูทองท่านก็ให้จับคอท่านแล้วก็ตีเข่า ท่านก็ยกศอกบัง ค้ำคอต่อยท้องบ้าง ปัดหมัดบ้าง จนครูแปรงท่านว่า มันแปลกมันมีมิติของการต่อสู้ที่น่าสนใจก็ร่ำเรียนกับท่านครูทองในรูปแบบนี้เสมอมา

  • ครูบาอาจารย์,  บทความ,  ประวัติศาสตร์

    ทุ่มทับจับหัก โดย หมื่นมวยมีชื่อ

    หมื่นมวยมีชื่อ ปล่อง จำนงทอง มวยคาดเชือก สายไชยา เขียนโดย ครูเขตร ศรียาภัย เมื่อ คราสมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาสปักษ์ใต้นั้น ได้ทรงทอดพระเนตรการชกมวยอันเป็นการละเล่นที่ทางบ้านเมืองจัดถวาย และโดยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชได้ทรงสนพระทัยศึกษาเล่าเรียนวิชามวย ไทย กระบี่กระบอง และเพลงดาบจากปรมาจารย์ หลวงพลโยธานุโยค ครูมวยหลวง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการชกมวยในงานพระราชทานเพลิงพระศพ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ ณ ด้านใต้ของทุ่งพระเมรุ (ซึ่งต่อมาทางราชการได้มีประกาศให้เรียกว่าสนามหลวง) นักมวยที่เจ้าเมือง นำเข้ามาเพื่อแข่งขันหน้าพระที่นั่งในครั้งนั้น ล้วนมีฝีมือดีเยี่ยม โดยฝ่ายข้างเมืองไชยา พระยาไวยวุฒิวิเศษฤทธิ์(ครูขำ ศรียาภัย) เจ้าเมืองไชยา ได้นำนายปล่อง จำนงทอง ชาวบ้านหัววัว ตำบลเลม็ด เมืองไชยา มาประลองฝีมือ ได้คู่ชก กับนักมวยโคราช พวกเดียวกับนายแดง ไทยประเสริฐ (ต่อมาได้เป็นหมื่นชงัดเชิงชก) ซึ่งพระยาเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราชเป็นผู้นำมา เมื่อมีสัญญาณกลองให้เริ่มชกกันได้ นักมวยโคราชดูเหมือนจะคึกคะนองอย่างเชื่อมั่นในฝีมือ นายปล่องนักมวยไชยาทรุดตัวลงนั่งยองๆแบบเบญจางคประดิษฐ์ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นกิริยาการสักการะอย่างสูงสุด กระทำการกราบถวายบังคมพระเจ้าอยู่หัวแล้วค่อยๆคลานถอยหลังออกมาราว ๕ ก้าว ยืดตัวขึ้นยืนตรงหันหน้าสู่ทิศบูรพา อันเป็นทิศสถิตของครู ชายหางตาชำเลืองดูคู่ปรับ เพื่อหาจุดจบ นายปล่อง จำนงทอง ยกหมัดขวาขึ้นช้าๆ ใช้นิ้วขึ้นแตะจมูกเพื่อสอบปราณ อาราธนาคุณผ้าประเจียดรัดแขนของพระอาจารย์หลวงพ่อปลัดชุ่ม เจ้าอาวาสวัดอุดม และหลวงพ่อมา เจ้าอาวาสวัดทุ่งจับช้าง ระหว่างที่นายปล่อง กำลังร่ายรำด้วยท่าชักช้าอยู่นั้น นักมวยโคราชถือว่าได้มีสัญญาณให้ชกต่อยกันได้แล้ว จึงก้าวพรวดๆ ตวัดด้วยตีนขวาตามถนัด แม้นายปล่องจะไหวตัวทันและผงะหงายหน้าออกห่างก็ไม่สำเร็จ ปลายตีนปฏิปักษ์ปะทะเข้าเหนือขมับ นายปล่อง มือตกตาลอย หงายหลังดิ้นเร่าๆ อยู่กับพื้นสนาม นักมวยโคราชกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ถอยออกรำเยาะเย้ยอยู่ห่างๆ ประชาชนบางคนตะโกนเชิงคัดค้าน แต่บางคนเห็นสมควรเพราะกรรมการได้ลั่นกลองสัญญาณให้คู่ต่อสู้ตีกันได้แล้ว มวยไชยา อยากเซ่อซ่าเองต่างหาก นายปล่อง จำนงทอง ถูกประคองเข้าพุ่ม (ที่พักให้น้ำนักมวยสมัยก่อน) การต่อสู้ต้องชะงักลงชั่วคราวโดยให้นักมวยคู่อื่นชกต่อยกันแทนตามประเพณี นายปล่อง ได้รับการปัดเป่านวดเฟ้นจนรู้สึกตัวและลืมตา คุณพ่อของผู้เขียนซึ่งมีสีหน้าทุกข์ร้อนตลอดเวลา เข้ามากระซิบถามนายปล่อง จำนงทอง ว่าจะยอมแพ้หรือสู้เขาต่อไป นายปล่องตอบทันควันว่า “จะขอสู้จนตายคาตีน” (ฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๓๐๑ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗) คุณพ่อยิ้มออก เมื่อได้ยินคำนายปล่อง เอื้อมมือลูบก้านคอลูกศิษย์ตัวโปรดชี้จุดมรณะพลางปลอบใจที่ไม่เสียแรงเกิด ใกล้แดนน้ำเค็ม พร้อมกระซิบข้างหูให้ “จับหัก” อันเป็นกระบวนแม้ไม้กลในสาขาวิชามวยไทย…

  • ครูบาอาจารย์,  บทความ,  ประวัติศาสตร์

    ตำนานมวยไชยา หมื่นมวยมีชื่อ

    นายปล่อง จำนงทอง เป็นลูกศิษย์ (มวย) เจ้าเมืองไชยา (เมื่อครั้งหัวเมืองขึ้นกับกระทรวงกลาโหม) คือพระยาวัยวุฒิวิเศษฤทธิ์ (ขำ ศรียาภัย) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวจีสัตยารักษ์ เป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 5 จนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ หมื่นมวยมีชื่อ ประวัติ นายปล่อง จำนงทอง เป็นคนบ้านหัววัว ตำบลเลม็ดโดย กำเนิด ลักษณะของท่านเป็นคนสันทัดคน หน้ากว้าง คางเรียว จมูกแหลมงุ้ม ผมหยักศกเล็กน้อย แผงอกใหญ่ แขนใหญ่ ข้อมือเล็ก น่องเล็ก ผิวค่อนไปข้างขาว แต่มีตบะน่าเกรงขาม ไม่ดุแต่คนกลัว ดูรูปร่างแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่มีความรวดเร็วและว่องไว เพราะการฝึกหัดศิษย์ท่านมีความรวดเร็วเหนือลักษณะรูปร่างเป็นอันมาก ไม่ว่าลูกศิษย์จะทำอะไรลูกไม้มวยแบบไหน ท่านสามารถที่จะปิดป้องได้จนหมดสิ้น นายปล่อง จำนงทอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5 ให้เป็น หมื่นมวยมีชื่อ เพราะได้เป็นผู้พิชิตมายฝีมือดี ลูกศิษย์พระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช โดยทำการต่อสู้ กันในงานเมรุกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ณ ท้องทุ่งสุเมรุด้านใกล้ๆกับป้อมเผด็จดัสกร ก็โปรดเกล้าฯ ให้นักมวยฝีไม้ลายมือดีชกชนะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ (ข้าราชการชั้นประทวน) “ หมื่นมวยมีชื่อ” (ปลอง จำนงทอง) เป็นนักมวยจากไชยา และ “หมื่นมือแม่นหมัด” แห่งบ้านทะเลชุบศร จังหวัดลพบุรี กับอีกผู้หนึ่งได้เป็น หมื่นชงัดเชิงชก (แดง ไทยประเสริฐ) แห่งเมืองโคราช หรือนครราชสีมา ข้าราชการชั้นประทวนทั้งสามท่านนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯไม่ต้อง เสียส่วยสาอากร แม้กระทั่งทำความผิดก็ให้กรมการบ้านเมืองพิจารณาลดหย่อนผ่อนโทษ ตามสมควร นับเป็นความภูมิใจของคนทั้งเมืองไชยาและลูกหลานของตระกูล “จำนงทอง” ที่นายปลอง จำนงทอง ได้เป็นตัวแทนของคนไชยาและได้นำเกียรติประวัติอันสูงส่งมาสู่เมืองไชยา กล่าว กันว่าท่านเป็นคนหนังเหนียว ครั้งชกมวยหน้าพระที่นั่งและได้ตำแหน่งหมื่นกลับมานั้น ท่านถูกชกถูกบริเวณใต้ตาซ้าย มีอาการเขียวคล้ำอย่างมากแต่ไม่แตก จากความเป็นคนสู้คน กรรมการและพรรคพวกบอกให้ยอมแพ้ แต่ท่านคิดว่าถ้าแพ้ขอตายหน้าพระที่นั่ง จนการต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะ และจากการต่อสู้ครั้งนี้เอง ที่ทำให้ท่านเป็นรอยเขียวช้ำจนตลอดชีวิต แม้ตอนที่เสียชีวิตรอยเขียวช้ำนั้นจะจางหายไปบ้างแล้วก็ตามนอกจาการต่อสู้ใน ครั้งนั้นแล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งคือ ตอนที่ท่านนำนักมวยไปชกในงานรับเสด็จรัชกาลที่ 6 ที่บนควนท่าข้าม อำเภอพุนพิน ตอนขากลับท่านได้รับอุบัติเหตุคือ เรือใบถูกลมพัดจัด เสาใบหักลงตีศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มทุกคนในเรือคิดว่าท่านศีรษะต้องแตก แต่เมื่อท่านเปิดมือที่กุมหัวให้ดู ทุกคนก็เห็นว่าไม่มีเลือดไหลออกมาเลย นอกจากจะเห็นศีรษะของท่านเป็นรอยบุ๋มลง และจากอุบัติเหตุครั้งนี้เองที่ทำให้ท่านกลายเป็นคนที่หูค่อนข้างตึงไปเล็ก น้อย การฝึกมวย การฝึกมวยให้กับศิษย์ของท่าน ส่วนใหญ่ท่านจะคอยนั่งดูและจะแนะนำให้นอกจากจะไม่พอใจเท่านั้นท่านจึงจะลงมา สวมนวมซ้อมให้เอง แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าซ้อมกับท่าน เพราะการซ้อมกับท่านต้องทำจริงโดยท่านจะเป็นผู้แสดงวิธีแก้ลูกไม้มวยแต่ละ อย่างให้พร้อมทั้งการจู่โจมเข้าทำ…

  • บทความ

    คุณค่าของมวยไทย

    เมื่อนำคณิตศาสตร์มาคำนวณ จะพบท่ามวยนับหมื่น นับแสน ท่า โดย     รศ.ดร.ปรเมสฐ์ บุญศรี 17 กันยายน 2553 จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า  มวยไทย  เป็นทั้งศิลปะและศาสตร์แห่งการต่อสู้ที่ประมาณค่ามิได้ ? คำพูดนี้หากผมเป็นผู้ที่ต้องตอบคำถามนี้ละก็    ผมคงตอบได้หลายมุมทีเดียว  และนี่คือคำตอบของผม คำตอบที่เห็นง่ายที่สุดและใกล้ตัวที่สุดคือ ราคาของมวยไทย คือ ราคาที่คนชนะพนันได้รับ  และราคาที่คนแพ้พนันเสีย ราคาของมวยไทย คือ ผลประโยชน์ ที่ค่ายมวยและนักมวยได้รับ ราคาของมวยไทย คือ ผลประโยชน์มหาศาลที่โปรโมเตอร์มวย และเจ้าของสนามมวยได้รับ ราคาของมวยไทย คือ ผลประโยชน์มหาศาลที่นักมวยมากฝีมือ   ไปตั้งค่ายมวยที่เมืองนอกกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าอย่างง่ายดาย แต่ที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดในทัศนะของผมคือ  ราคาของมวยไทย คือ ราคาของความเป็นอิสรภาพของคนไทยทุกคน และจากทัศนะนี้ จะเกิดคำถามตามมาคือ แล้วราคาของอิสรภาพ    ราคาเท่าไหร่ล่ะ? ลองตอบคำถามนี้ดู ว่า ท่านจะตอบว่าราคาเท่าไหร่ อยุธยาต้องส่งเครื่องราชบรรณาการให้พม่าเมื่อไทยเสียกรุงครั้งที่ 1 ในพ.ศ. 2112 ราคาเท่าไหร่ อยุธยาโดนเผาจนวอดวายราคาเท่าไหร่ การตกเป็นเบี้ยล่างของพม่า   โดนปล้นสะดม ทรัพย์ทั้งหมดที่หามาชั่วชีวิตของคนไทยตอนเสียกรุงครั้งที่ 2  เมื่อ พ.ศ.2310 ราคาเท่าไหร่ การที่ผู้หญิงไทยโดนพม่าย่ำยี   ข่มขืน  นับไม่ถ้วน แล้วฆ่าทิ้ง    ราคาเท่าไหร่ ลองมองไปไกลกว่านั้นหน่อยเป็นไร ราคาของทรัพยากรธรรมชาติที่ พม่า   อินเดีย    จีน  ต้องสูญเสียไปจากการกลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ    ราคาเท่าไหร่ และราคาของพื้นที่ของประเทศไทยที่สูญไปจากฝีมือของอังกฤษ ฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5 ราคาเท่าไหร่ ถ้าทุกท่านได้คำตอบแล้ว    คำตอบนั้นก็แสดงถึงราคาของมวยไทย    เพราะมวยไทย คือ อาวุธหลักที่คนไทยใช้   นอกจากอาวุธที่เป็นอาวุธหลักอื่น ๆ เช่น ดาบ ปืน ปืนใหญ่  เมื่อกู้เอกราชที่สูญเสียไปทุกครั้งในอดีตที่ขมขื่นคืนมา สรุปก็คือราคาของมวยไทยนั้น  ราคาประมาณค่าไม่ได้จริง ๆ เพราะ เกี่ยวข้องกับ ความสุขของชาติที่คนไทยในอดีตพยายาม   ห่วงแหนและรักษาไว้ให้ลูกหลานด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านมีรวมถึงชีวิตของท่าน “อย่าให้มวยไทยไชยาตายไปพร้อมกับครู” คำพูดสั้น ๆ ที่แฝงด้วยความเป็นห่วงกังวลของครูแปรงดังก้องกระทบโสตประสาทของผม ผมจะตอบแทนบุญคุณของครูแปรงที่ประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยไชยาและบรรพบุรุษครูมวยและเหล่าผู้กล้าในอดีตได้อย่างไร “ถ้าผมเป็นครูแปรง   ผมจะทำอย่างไร?” ผมถามคำถามนี้กับตนเอง    และคำตอบที่ได้รับคือหนทางหนึ่งที่มวยไทยจะไม่ตายไปพร้อมกับครูก็คือ    ถ้ามวยไทยมีหลักวิชาฝังรากลึกไว้ในแผ่นดินนี้เมื่อใด    ภูมิปัญญาของไทยก็จะอยู่ได้ต่อไป   ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคนไทยในปัจจุบันคนใดสืบทอดเช่นในอดีตหรือไม่ก็ตาม    และหากสักวันหนึ่งลูกหลานของคนไทยอย่างน้อย 1 คนทุ่มเทชีวิตของเขาเพื่อเรียนสิ่งที่เราสั่งสอนและฝังรากลึกไว้เช่นเดียวกับครูแปรงได้ร่ำเรียนวิชามวยกับครูทอง   ครูทองได้ร่ำเรียนจากปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย …

  • บทความ,  ประวัติศาสตร์

    Pahuyuth, Muay Chaiya and Pichaiyuthพาหุยุทธ์มวยไทยไชยา และ อาวุธไทยพิชัยยุทธ์

    Pahuyuth, Muay Chaiya and Pichaiyuth Foreword …..When I was asked to write about “Ancient Thai Boxing and Muay Chaiya”, I felt it was a difficult task because the society at large has lost interest in the subject. But after thorough consideration, I have come to the decision to do so, in order to honor and show my gratitude to my teachers who have patiently taught me and to my homeland, the Kingdom of Thailand. …..Please note that the following articles (and the ones that follow) are based on what I have learned from my teachers. So there may be different teachings from different teachers, or different interpretations from the same…

  • ข่าวทั่วไป,  บทความ

    ส่งออกมวยไทย คิดได้ แต่ทำยาก

    โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 27 มกราคม 2553 19:19 น. มวยไทยได้ รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ในแนวตั้งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พิสูจน์ได้จากเวทีการต่อสู้อย่าง ไพรด์หรือยูเอฟซี (สังเวียนการต่อสู้ที่เปิดรับนักสู้จากศาสตร์ทุกแขนง) ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝึกมวยไทยเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งเสมอ มวยไทยจึงเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ชาวต่างชาติหันมาเปิดโรงเรียนสอนมวยไทยเป็นจำนวนมาก มีนักมวยไทยตาน้ำข้าวเก่งๆ ผุดขึ้นชนิดที่คนไทยเองยังทึ่ง ขณะเดียวกัน คนไทยจำนวนหนึ่งก็วิตกทุกข์ร้อนเกรงว่าสักวันมวยไทยจะถูกฝรั่งชิงไปจด ลิขสิทธิ์ หรือไม่ก็ทำให้ผิดเพี้ยนไปจากมวยไทยดั้งเดิม ปลายปี 2552 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงมีแนวคิดที่จะจดทะเบียนมวยไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม แต่ ผ่านมายังไม่ครบปี ทางกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีความพยายามจะเข้าจัดระเบียบมวย ไทย โดยเฉพาะโรงเรียนสอนมวยไทยที่มีเจ้าของและผู้ฝึกสอนเป็นชาวต่างชาติ เพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐาน ไม่ผิดเพี้ยนจากสิ่งที่เรียกว่ามวยไทย แม้จะเป็นเจตนาดี แต่ก็สร้างความสับสนไม่น้อย เพราะเหมือนกับว่าหน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งไม่ได้มีการประสานงานและดำเนิน นโยบายอย่างเป็นเอกภาพ หรือเพราะว่ามวยไทยกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใครๆ ต่างมุ่งจะหาประโยชน์ -1- ถ้าให้ถามว่ามวยไทยคืออะไร ตอบตามแนวทางชาตินิยม คำตอบที่ได้ก็จะไม่แตกต่างกันมากนัก-มวยไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ การแต่งกาย การไหว้ครู อย่าง บัวขาว ป.ประมุข นักมวยไทยที่ไปสร้างชื่อที่ญี่ปุ่น ก็กล่าวว่า “มวยไทยคือมวยของคนไทยที่ทุกคนรู้ได้เองมาตั้งแต่เกิด มวยไทยคือคนไทย คนไทยคือมวยไทย” ยิ่งเรียกขานว่ามวยไทยด้วยแล้ว ยิ่งชวนคิดไปได้ว่า ต้องคนไทยเท่านั้นจึงจะเข้าใจมวยไทยและเป็นมวยไทยดั้งเดิม “ปรัชญา ของมวยไทยคือการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อความเก่ง ความกล้า และความแกร่งของร่างกายและจิตใจ มวยไทยไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายผู้อื่น แต่มีไว้สำหรับป้องกันตนเองและปกป้องผู้อื่น” เป็นคำบอกกล่าวของ อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โต้โผใหญ่ที่กำลังออกมาขับเคลื่อนเรื่องการวางหลักเกณฑ์ของมวยไทยในค่ายมวย ที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ฝึกสอน “หัวใจ สำคัญของมวยไทยคือการถ่ายทอด หล่อหลอม บ่มเพาะ และฝึกฝนจากต้นกำเนิดของศิลปะความเป็นมวยไทยแท้ๆ นับแต่ดั้งเดิม ซึ่งก็คือการเรียนรู้จากครูมวยที่ได้รับสืบทอดศิลปะมวยไทยมาจากครูมวยรุ่น ก่อนๆ ซึ่งล้วนแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแฝงปรัชญาเอาไว้ เพราะฉะนั้น เราจึงเห็นว่าโรงเรียนที่เปิดสอนมวยไทย ไม่ว่าจะเพื่อการป้องกันตัวหรือออกกำลังกายก็ตาม หากไม่ได้สอนโดยคนไทย และไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของปรัชญามวยไทย ก็คงจะทำให้เอกลักษณ์และความหมายที่แท้จริงของมวยไทยสูญหาย และไม่ได้รับการสืบทอดอย่างถูกต้อง” ในทางหนึ่งการบริหารจัดการที่ดีก็จะเป็นหนทางสร้างรายได้สู่ประเทศ พร้อมกันนั้น อลงกรณ์ยังบอกว่าจะต้องให้ความสำคัญกับครูมวยและนักมวยอาชีพ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการเผยแพร่ศิลปะของไทยให้ก้าวไกลทั่วโลก -2- แม้โดยความตั้งใจของกระทรวงพาณิชย์จะเป็นสิ่งดี แต่ไม่ง่ายที่จะปฏิบัติ ประการแรก โรงเรียนสอนมวยไทยแพร่หลายไปในหลายประเทศ จะมีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่กระทรวงพาณิชย์จะตามไปควบคุมหรือกำหนดกฎเกณฑ์ ได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญ โรงเรียนเหล่านั้นจะยอมหรือไม่ อีกอย่างคือเราไม่มีข้อมูลมากพอว่ามีชาวต่างชาติเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยมากน้อย แค่ไหน “ก็ มีบ้าง ที่ฝรั่งบางส่วนมาเรียนมวยกับที่ค่ายแล้วกลับไปเป็นครูสอนที่บ้านเขา แต่ไม่มากหรอก เท่าที่ผมถามๆ นักเรียนชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่โรงเรียนที่บ้านเขาอย่างอเมริกา คนสอนก็เป็นคนไทยนี่แหละ แล้วนักเรียนฝรั่งที่มาเรียนที่นี่ก็มีประเภทที่เก่งๆเป็นนักมวยขึ้นเวที เมืองนอกก็จะมาเก็บตัวที่นี่”…

  • บทความ

    Muay Chaiya: Concussion and Compassion

    Imagining being faced with an opponent standing before you in a position you’ve never seen before in all your years of training. His hands turn slowly, rhythmically in a circle as his head sways back and forth. His body, propped up on one leg, seems to bob up and down in a controlled manner. Unconventional at best, he seems to almost be off balance, and for so long you’d been taught to attack when your opponent was off balance. Though you both have yet to engage one another, now seems like the opportune time to strike. That in mind, you ball your fist, take your stance, and commit your first…

  • บทความ

    Muay Chaiya Original Muay Thaiมวยไชยา ศาสตร์แห่งสยาม

    Thai national martial art is, naturally, MuayThai. But how many really know the true Muay Thai beyond the thought of two big, muscular boxers furiously exchanging kicks as seen at the boxing camps or the famous stadiums such as the Lumpinee and the Rachadumneun? The original Muay Thai uses one’s wits more than brute strength, and ends up with injury sustained by both sides. Muay Chaiya, a style of Muay Thai, has clearly illustrates this fact. Muay Thai Chaiya, or as called by it’s full name as Pahuyuth Muay Thai Chaiya, translated to be the way of Thai fighting, hand to hand combat, Chaiya style, can hardly be seen now…

    Comments Off on Muay Chaiya Original Muay Thaiมวยไชยา ศาสตร์แห่งสยาม