• News,  ข่าวทั่วไป,  บทความ

    มวยไชยา มวยคาดเชือกไม่มีวันตาย

    หนังสือพิมพ์ Post Today วันที่ 5 พ.ค. 2558 ได้ลงบทสัมภาษณ์ ครูแปรง ที่ศูนย์ศึกษาสยามยุทธ์บ้านครูแปรง ต้นซุง แอฟเวนิว มีเนื้อหาดังนี้ครับ มวยไชยา มวยคาดเชือกไม่มีวันตาย! ผู้เขียนเขียนบทความนี้ในวันที่บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดมวยไทยต่อยชนะผู้ท้าชิงชาวจีน วันรุ่งขึ้นคือศึกซูเปอร์ไฟต์ แมนนี ปาเกียว ชกกับฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ ดูมวยระดับโลกชกกันสมราคาแล้วก็มีความสุข เหมือนกินข้าวกินน้ำอร่อยขึ้นไปหลายมื้อ ก่อนหน้านี้ก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์ครูมวยระดับประเทศอย่างครูแปรง-ณปภพ ประมวญ ฟังครูเล่าถึงมวยไชยา สายมวยคาดเชือกของไทย ศิลปะและการต่อสู้ที่ทำได้แค่นอกเวที! หลังจากเวทีที่มวยวัดพระบรมธาตุไชยาสิ้นสุดลง วงการมวยไชยาก็เริ่มเสื่อมจนถึงทุกวันนี้ จนแทบกล่าวได้ว่า มวยดังของไชยากำลังจะหมดไป เพราะขาดผู้สนับสนุนอย่างแท้จริง ที่สนับสนุนกันอยู่ก็ถูกพวกมากลากไปมาโดยกลุ่มธุรกิจการเมือง ทั้งที่คนไชยายังมีสายเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว ความปรารถนาจะปลุกวิญญาณความเป็นนักสู้ของเมืองมวยในอดีตให้เห็นประจักษ์ลุกโชนขึ้นในใจ…หรือจะเป็นเพียงแค่นั้น กำเนิดมวยไชยา จากหลักฐานคำบอกเล่า มวยไทยไชยาเริ่มต้นที่ “พ่อท่านมา” อดีตสมภารแห่งวัดเก่าแก่อรัญญิกชื่อวัดทุ่งจับช้าง ไม่มีใครรู้ชื่อจริงหรือพื้นเพเดิมของพ่อท่านมา รู้แต่ว่าท่านเป็นครูมวยใหญ่จากพระนคร บ้างก็ว่าเป็นขุนศึก หรือบ้างก็ว่าเป็นอดีตแม่ทัพ ได้หลบหนีไปอยู่ไชยาด้วยเหตุใดไม่ปรากฏ ถ่ายทอดวิชาต่อสู้แก่ชาวไชยาจนขึ้นชื่อเป็นเมืองมวย ครูแปรง-ณปภพ ประมวญ ครูมวยไชยาที่มีชื่อเสียง เล่าว่า มวยไชยาเป็นมวยคาดเชือกสายหนึ่งของไทย ศักดิ์ศรีระดับเดียวกับมวยสายลพบุรี มวยสายโคราช และมวยสายท่าเสา เป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่มีประวัติสืบทอดมายาวนาน ศิษย์เอกที่ทำให้มวยเมืองไชยาเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือ พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย) ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองไชยาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และได้สืบทอดมายังบุตรชายด้วย คือ ปรมาจารย์เขตร์ ศรียาภัย “มวยไชยากำเนิดขึ้นแล้วรุ่งเรืองเป็นลำดับ โดยมาเจริญสูงสุดในสมัยศาลาเก้าห้องที่พุมเรียง ซึ่งสร้างโดยพระยาวจีสัตยรักษ์ เป็นศาลาเสาไม้ 30 ต้นขนานกับทางเดินหรือทางด่าน เทศกาลแห่พระบกประจำปี จะแห่มาสมโภชที่นี่ ประชาชนและเจ้านายมาพร้อมกัน ในการนี้นักมวยจากแหล่งต่างๆ ทั่วสารทิศ จะมารวมตัวกันเพื่อจับคู่ชก” มวยไชยาตั้งแต่ครั้งอดีตจะสอนตั้งแต่การป้องกันตัว เป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ “ป้อง ปัด ปิด เปิด” ป้องกันตัวได้ตั้งแต่หัวแม่เท้ายันเส้นผม เมื่อผู้ได้ฝึก 4 ป.จนมีความชำนาญแล้ว จะสามารถเข้าใจและจะรู้ตัวเองว่า ได้ยืนอยู่หน้าประตูของการใช้ลูกไม้ต่างๆ เป็นศาสตร์มวยที่มากด้วยความระมัดระวัง อ่อนน้อมถ่อมตน แปรความรุนแรงของคู่ต่อสู้มาใช้ประโยชน์ โดยสะท้อนแรงให้กลับไปกระทำต่อฝ่ายที่โจมตีเข้ามานั่นเอง มวยไชยาเป็นมวยที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตัว เป็นหนึ่งในสายมวยที่ถูกเลือกให้เป็นกรมทนายเลือก ทำหน้าที่คอยดูแลอารักขาความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ในสมัยโบราณ และยังเป็นหนึ่งในสายมวยที่ได้รับฉายา “หมื่นมวยมีชื่อ” เมื่อครั้งที่นายปล่อง จำนงทอง ใช้ท่าเสือลากหางอันเป็นท่าลูกไม้สำคัญเข้าทุ่มทับนักมวยจากโคราชลงไปสลบหน้าพระที่นั่งพระพุทธเจ้าหลวง…